คนเปลี่ยนหัวคน เป็นไปได้? แพทย์อิตาลีประกาศทำได้

อ่านแล้วยังอึ้งๆ คิดไม่ออกว่าถ้าทำสำเร็จแบบสมบูรณ์แบบเลย ถอดเปลี่ยนกันได้ตามใจเลยดีหรือไม่ดี

http://thairath.co.th/content/494532

การผ่าตัดเฉือนคอ เพื่อนำไปใส่ในร่างใหม่ หากสัก 10 หรือ 20 ปีที่แล้ว มีใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมา มีหวังถูกนำตัวไปเช็กสมองแน่ว่า ยังสติดีอยู่หรือไม่แน่ แต่…ปัจจุบันโลกต้องตกตะลึง เมื่อมีนายแพทย์ชาวอิตาลี ประกาศก้องโลกว่า เค้าสามารถทำเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้นี้ ให้เป็นไปได้ มันจะเป็นไปได้จริงหรือ เทคนิคทางการแพทย์อันสลับซับซ้อนนี้ จะทำให้การตายหมดสิ้นไปจากโลก และทำให้การชุบชีวิตใหม่ เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ หรือวิถีทางการแพทย์นี้ หากประสบความสำเร็จจริง จะทำให้เกิดการ Mutation หรือการกลายพันธุ์ ในหมู่มวลมนุษยชาติ เหมือนในภาพยนตร์ X-MEN หรือไม่ ทุกคำตอบนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปฟังจากปากกูรู และผู้คร่ำหวอดด้านวิทยาศาสตร์เมืองไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล

ผ่าตัด ตัดหัวเสียบร่างใหม่ เกิดขึ้นจาก…

เป็นความคิดของนักวิทยาศาสตร์อิตาลี ชื่อ เซอร์จิโอ คานาเวอร์โร (Sergio canavero) ซึ่ง ได้ประกาศตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว (ค.ศ.2013) ว่า ได้พัฒนาวิธีการทางการแพทย์ จนมีความแน่ใจและมีความพร้อม ว่าจะสามารถผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนหัวมนุษย์ได้ภายใน ค.ศ.2017 ซึ่งการเปลี่ยนหัวที่ว่านี้ เป็นการเปลี่ยนหัวจริงๆ คือ ตัดตั้งแต่ศีรษะถึงคอของมนุษย์ เพื่อไปใส่ไว้ในร่างมนุษย์อีกร่างหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นร่างของคนที่ตาย ซึ่งอาจจะเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ หรือจบชีวิตด้วยโรคต่างๆ ที่ทำให้สมองตาย แต่ร่างกายยังดีอยู่ โดยอ้างว่าวิธีการดังกล่าว ทำไปเพื่อช่วยมนุษย์ที่ประสบปัญหาอาการป่วยทางร่างกาย หรือมีความพิการ แต่สมองยังทำงานได้ดี เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข

ซึ่งหลังจากได้ประกาศออกไป พร้อมกับให้ผู้ที่สนใจ เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสำหรับการทดลองผ่าตัดครั้งประวัติศาสตร์สำหรับวิทยา การทางการแพทย์ดังกล่าว ก็ปรากฏว่าได้มีผู้ให้ความสนใจเสนอตัวเป็นอาสาสมัครร่วม 1 พันคน และเมื่อกลางเดือนเมษายน ค.ศ.2015 แพทย์อิตาลี ก็ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อาสาสมัครคนแรกที่ได้รับการคัดเลือก (และก็เป็นข่าวดังไปทั่วโลก) เป็นชายชาวรัสเซีย ชื่อ วาเลอรี สปิริโดนอฟ (Valery spiridonov) อายุ 30 ปี เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่ป่วยเป็นอัมพาต ร่างกายไม่สามารถใช้งานได้ แต่สมองยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเจ้าตัวยอมรับว่า แม้จะรู้สึกหวาดกลัวกับการผ่าตัดดังกล่าว แต่เค้าเองก็ไม่มีทางเลือก หากไม่ทำอะไรเลย ก็คงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน และที่สำคัญก็คือ หากแม้ล้มเหลว วงการวิทยาศาสตร์ก็จะมีองค์ความรู้เพิ่มเติมสำหรับนำไปใช้ในการพัฒนาเรื่อง นี้ให้สำเร็จต่อไปได้ในอนาคต

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: