กพฐ.แนะ5ทิศทางจัดการศึกษา

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มี นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นประธานเมื่อเร็วๆนี้ ว่า ที่ประชุมระดมความคิดเห็นเกี่ยว กับทิศทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในอนาคต ซึ่งได้ข้อสรุปใน 5 องค์ประกอบได้แก่ 1.ความคาดหวังตัวผู้เรียนยังต้องเน้นความดีและความเก่งที่นักเรียนต้องมีสติ ปัญญาและพัฒนาการต่างๆ ควบคู่กันไปและการจัดการศึกษาควรจะย้อนกลับไปสู่หลักการพื้นฐานการจัดการ ศึกษาที่ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนในเรื่องการเรียนรู้เพื่อรู้ การเรียนรู้เพื่อนำไปปฏิบัติ การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันและการเรียนรู้ที่จะเป็น

2. หลักสูตรการเรียนการสอนต้องจัดให้สอดคล้องกับวัยของผู้เรียน การจัดการศึกษาในระดับต้นๆผู้เรียนต้องรู้เรื่องของภาษา การคิดคำนวณและในระดับที่สูงขึ้นไปต้องเตรียมพร้อมเข้าสู่ระดับสากล ซึ่งในการจัดการเรียนการสอนต้องทบทวนว่าจำนวนคาบต่อวันมากเกินไปหรือไม่ และควรจัดสรรการเรียนภาคปฏิบัติให้เพียงพอ ไม่เช่นนั้นนักเรียนจะไม่สามารถประยุกต์ความรู้สู่ชีวิตจริงๆได้ โดยเฉพาะการนำความรู้ไปสู่การแก้ปัญหา

3.ครู เป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาผู้เรียนแม้จะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสอนแต่ไม่ ได้ทำให้ความสำคัญของครูลดน้อยลงไป ฉะนั้นควรส่งเสริมให้ครูได้เรียนจากเพื่อนครูเพราะเป็นวิธีการที่ก่อให้เกิด ประโยชน์มากและควรนำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมาเชื่อมโยงด้วยเพื่อ จำแนกครูที่สอนและประสบความสำเร็จให้เป็นต้นแบบแก่ครูที่ยังมีปัญหา และระบบการให้ความดีความชอบ การเลื่อนวิทยฐานะต้องสอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน อีกทั้งต้องมีมาตรการที่จะให้ครูที่สอนแล้วผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนไม่ดีได้มี ความรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวด้วย

4.สถานศึกษาที่ประชุมเห็นด้วยกับการจำแนกสถานศึกษาตามศักยภาพ ความพร้อมและบริบทต่างๆ เช่น โรงเรียนในฝัน โรงเรียนมาตรฐานสากล เป็นต้น แต่ควรจะมีการบริหารจัดการที่หลากหลายโดยให้อิสระและความคล่องตัวแก่ โรงเรียนที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งต้องพยายามแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นรูปธรรม

และ5.การบริหารจัดการ จะทำอย่างไรเพื่อลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนและเขตพื้นที่ การศึกษาเพื่อให้ได้รับโอกาสและประโยชน์จากการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งในการบริหารจัดการควรเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษากับหน่วยงานต่างๆใน กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ไม่ใช่การจัดการศึกษาแบบแยกส่วน

“สพฐ.จะนำข้อเสนอและข้อคิดเห็นของบอร์ดกพฐ.ไปจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ในภาค ปฏิบัติและนำเสนอที่ประชุมกพฐ.อีกครั้ง ส่วนการพิจารณาจำนวนคาบและชั่วโมงเรียนของนักเรียนไทยยังไม่มีข้อสรุปว่าจะ ปรับหรือลด เพียงแต่สพฐ.ต้องนำไปทบทวน ซึ่งก็อาจเป็นไปได้สองแนวทางว่าอาจจะลดคาบเรียนลงมาให้น้อยกว่า7ชั่วโมงที่ เรียนกันอยู่ในปัจจุบันหรืออาจจะคงจำนวนคาบเรียนเหมือนเดิมในปัจจุบันแต่อาจ จะเพิ่มการเรียนด้านกิจกรรม ภาคปฏิบัติมากขึ้นในภาคบ่ายไม่ใช่เน้นการเรียนด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้สพฐ.ต้องไปสอบถามความเป็นไปได้จากโรงเรียนด้วยเพื่อหาข้อ สรุป ” ดร.ชินภัทร กล่าว.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: