สภาการศึกษา ส่งเสริมเด็กไทย

จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สภาการศึกษา ส่งเสริมเด็กไทย ก้าวไกลสู่อาเซียน : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ

 

           “การศึกษา” เป็นรากฐานสำคัญในการบ่มเพาะทรัพยากรมนุษย์ประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หรือ สกศ. หน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาชาติ

ดร.เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ยังไม่ได้ขับเคลื่อนเท่าที่ควร หลังจากนี้ สกศ.จะเดินหน้าสร้างเด็กไทยให้คิดเป็น ทำเป็น และพัฒนาครูเพื่อสร้างให้คนไทยเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีต่อโลก ต่อสังคม ปรับเปลี่ยนคนไทยให้มีความรู้สึกรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง ต่อสังคม สาธารณะ และต้องการให้คนไทยรักชาติ และเห็นประโยชน์ของชาติมากกว่าสิ่งอื่นใด โดยจะมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“สกศ.” กำลังดำเนินการตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ สร้างคุณภาพ วงจรพัฒนาชีวิตที่สมบูรณ์ (Quality Life Cycle) โดย สกศ.มีหน้าที่ทำให้เกิดเอกภาพ รู้ว่าในแต่ละช่วงชีวิตควรพัฒนาอย่างไร เริ่มแรกร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พัฒนาวงจรชีวิตเด็กปฐมวัย ทำให้เด็กไทยตั้งแต่แรกเกิดได้รับสิทธิพื้นฐาน สิ่งที่พึงจะได้รับจากรัฐ ทั้งด้านอนามัย การศึกษา เช่น การจัดทำบัตรประจำตัว หรือ สมาร์ทการ์ดบันทึกข้อมูลด้านต่างๆ ของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ทำให้รู้ชีวิตของเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 16 ปี และที่สำคัญเพื่อไม่ให้เด็กตกหล่นในระบบการศึกษา อย่างปัจจุบันพบว่ามีเด็กในวัยเรียน 5-21 ปี จำนวน 16 ล้านคน แต่เข้าเรียนจริง 14 ล้านคน ไม่รู้ว่าอีก2 ล้านคนหายไปไหน

โดยเฉพาะในส่วนขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีการเพิ่มเติมบทเรียนสำหรับแม่ขับกล่อมลูก ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ มีการแจกหนังสือเล่มแรก หรือโครงการบุ๊กสตาร์ท (Book Start) มีส่วนร่วมการจัดการเรียนการสอนก่อนเข้าวัยเรียน อนุบาล ต้องมีครู มีระบบการเรียนการสอน มีบูรณาการการทำงาน ความรับผิดชอบ ตอนนี้ สกศ.กำลังวางแนวทางจะมีการเวิร์กช็อปทางการศึกษา และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้

ดร.เอนก กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาช่วงชีวิตเด็กปฐมวัย ได้มีการจัดประชุมหาแนวทางเพื่อให้กระทรวงต่างๆ ไปดำเนินการแล้ว โดยนอกจากเรื่องดูแลสุขภาพ การเข้าเรียน ยังเน้นการสร้างให้เด็กมีความคิด เรียนรู้เร็ว ฝึกสมอง สมาธิด้านต่างๆ ให้รับรู้ เรียนรู้จากสิ่งภายนอก และสร้างความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และการเป็นพลเมืองที่ดี เพราะต้องยอมรับว่าปัญหาของเด็ก คือ ขาดวินัย ขณะเดียวกัน พ่อแม่รุ่นใหม่พยายามสร้างให้เด็กเป็นเด็กตะวันตก โดยหลงลืมความเป็นคนไทย เป็นพลเมืองที่มีวินัย มีความผิดชอบแม้เรียนจบมหาวิทยาลัยแต่กลับไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น สกศ.ได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน ผลิตโฆษณา นิสัยที่ไม่ดีของคนไทย เพื่อเป็นการรณรงค์การเป็นคนไทยที่ดี ความเป็นพลเมืองที่ดี ปลูกฝังคนไทยให้มีความผิดชอบต่อสังคม เพื่อบอกเล่าถึงปัญหาทางสังคมของประเทศ เปลี่ยนนิสัยเด็กไทยและคนไทย เช่น เรื่องท้องก่อนวัยเรียน เด็กนักเรียนตีกัน เด็กแว้น คนตัดสายไฟฟ้าสาธารณะไปขาย เป็นต้น

“สภาการศึกษามีนโยบายอนุรักษ์การใช้ภาษาไทย คัดไทย เขียนไทย ปีนี้จะจัดประกวดการคัดไทย เพื่อค้นหาคนไทยที่เขียนภาษาไทยได้สวยที่สุดในประเทศ และพัฒนาภาษาไทยให้กลายเป็นเอกลักษณ์ สร้างคุณค่า มูลค่าให้เแก่ภาษาไทย ทำให้ภาษาไทยขายได้ เป็นศิลปะจากลายมือ สนับสนุนให้เป็นแบรนด์ธุรกิจ เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ให้ภาษาไทยเป็นที่รู้จัก ที่สนใจของชาวต่างประเทศ ภายใต้การรณรงค์ หรือส่งเสริม”

ส่วนด้านความเป็นสากลทางการศึกษาในปี 2558 ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เลขาธิการสกศ. กล่าวว่า สกศ.เล็งเห็นถึงปัญหาจะสร้างให้เด็กไทยเกิดจิตสำนึก ความเหมือนกัน มีมรดกทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ศาสนา ที่มาของเผ่าพันธุ์เชื้อชาติเดียวกัน ทำให้เกิดความรู้สึกเดียวกัน ความเชื่อทางสังคมที่คล้ายคลึงกัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเป็นเจ้าของร่วมในดินแดนเดียวกัน เร็วๆ นี้จะหารือกับกรรมการสภาผู้แทนราษฎร์ด้านต่างประเทศ ในประเทศอาเซียน ร่วมมือหน่วยงายที่เกี่ยวข้อง ประชุมด้านมรดกทางวัฒนธรรมอาเซียน มาหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้ตำราทางด้านมรดกของชาวอาเซียนร่วมกัน เช่น มีดนตรี ศิลปวัฒนธรรม เป็นมรดกร่วมกันของชาวอาคเนย์ อาหารพื้นบ้านเดียวกัน ฯลฯ และกรรมการสภาแต่ละประเทศนำไปเสนอให้รัฐบาลของตนเองเพื่อเป็นแนวทางสร้างความเป็นปึกแผ่นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“การศึกษาในอนาคตจะเปิดเสรีมากขึ้น ไทยต้องเน้นการศึกษาข้ามพรมแดน จะทำอย่างไรให้สถาบันการศึกษาไทยตระหนักและเริ่มรุกด้านการศึกษา โดยไปลงทุนเปิดการศึกษาในต่างประเทศ อยากให้เข้าไปเรียนรู้ในแต่ละประเทศ มีความก้าวหน้าเรื่องการศึกษาข้ามพรมแดน ต้องมีการส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจรัง มหาวิทยาลัยไทยต้องเน้นการส่งออกด้านความรู้ ไม่ใช่รับอย่างเดียว”

ส่วนเรื่องการพัฒนาครู ดร.เอนก กล่าวว่า สกศ.มีการพัฒนาครูทั้งในระบบ และนอกระบบ โดยในระบบมีครูมืออาชีพ ทำอย่างไรให้ครูมีความสามารถ เพราะว่าการมีครูที่เก่ง ดี สามารถทำให้เด็กเรียนเก่งและดีได้ ต้องหาวิธีสร้างครูเก่ง กระบวนการที่จะทำให้ได้ครูเก่งมาสอน ทำให้ครูเป็นอาชีพอันดับต้นของประเทศ และได้รับการยกย่อง ส่วนครูนอกระบบ หรือครูภูมิปัญญา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน มีการประชุมสมัชชาครูภูมิปัญญา เชิญครูภูมิปัญญาในสาขาต่างๆ เช่น ครู การเกษตร หัตถกรรม ศิลปะ ประเพณี ศาสนา ปรัชญา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านแพทย์แผนโบราณ สมุนไพร แนวทางในการช่วงทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ ข้อเสนอแนะที่จะมีต่อรัฐฐาล การยกฐานครู การนำองค์ความรู้ของครูภูมิปัญญามาเทียบคุณวุฒิ เป็นปริญญา ยกระดับ ให้เกียรติ ครูภูมิปัญญา เพราะครูภูมิปัญญา มีความสำคัญ เป็นการศึกษานอกระบบตลอดชีวิต

    “การศึกษาในอนาคตจะเปิดเสรีมากขึ้น ไทยต้องเน้นการศึกษาข้ามพรมแดน จะทำอย่างไรให้สถาบันการศึกษาไทยตระหนักและเริ่มรุกด้านการศึกษา โดยไปลงทุนเปิดการศึกษาในต่างประเทศ อยากให้เข้าไปเรียนรู้ในแต่ละประเทศ มีความก้าวหน้าเรื่องการศึกษาข้ามพรมแดน ต้องมีการส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจรัง มหาวิทยาลัยไทยต้องเน้นการส่งออกด้านความรู้ ไม่ใช่รับอย่างเดียว”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: