สุขแท้ด้วยปัญญาพาเด็ก(พิการ)ก้าวสู่สังคม

จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สุขแท้ด้วยปัญญา พาเด็ก (พิการ) ก้าวสู่สังคม : โดย…ผกามาศ ใจฉลาด

 

                “เด็กบกพร่องทางสติปัญญามักถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ จากคนรอบข้าง นอกจากนั้น ในการสงเคราะห์แต่ล่ะครั้ง เช่น การเลี้ยงอาหารที่ทุกคณะก็อยากจะเห็นของที่ตัวเองบริจาคหมดไป ไม่ว่าจะเป็นอาหาร-เครื่องดื่ม ขนม แต่บางครั้งมันก็มากไปสำหรับหนึ่งมื้อ พอจะขอเก็บไว้กินมื้อหน้า ผู้บริจาคก็ไม่ยอม ด้วยเชื่อว่าเป็นการทำบุญ อยากจะให้เด็กกินเต็มที่ เด็กกินทิ้งกินขว้าง ขอกินอะไรก็ให้ ซึ่งนั่นทำให้ระเบียบวินัยของเด็กเสียไป”

ครูโต้ง พรมกุล โรงเรียนฉะเชิงเทราปัญญานุกูล จ.ฉะเชิงเทรา สรุปปัญหาที่ว่าด้วยประสบการณ์ในโรงเรียนเด็กพิการทางสติปัญญาสะท้อนให้เห็นความถดถอยในระเบียบวิจัยตนเองของนักเรียน ดังนั้นระบบการสอนในมิติปกติในโรงเรียนที่คัดลอกจากหลักการแพทย์และการศึกษาเด็กพิการจึงต้องการ “ตัวช่วย” ซึ่งนั่นเป็นที่มาของการใช้มิติศาสนา ในระดับ การฝึกสติ เจริญภาวนา รวมไปถึงการปฏิบัติธรรมขั้นพื้นฐานมาช่วย

โรงเรียนฉะเชิงเทราปัญญานุกูล จึงเข้าร่วมโครงการ “สุขแท้ด้วยปัญญา” ที่พุทธิการ่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ช่วยสร้างวินัยและหลักการตระหนักรู้ถึงการอยู่ร่วมกับสังคมอื่นให้ได้ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2552 ด้วยการสร้างแนวคิดการเสียสละผ่านกิจกรรมเพาะบ่มต้นกล้าคุณธรรม พาเด็กในโรงเรียนซึ่งมีอาการทางสมองหลายระดับไปเป็นอาสาสมัครที่วัดในชุมชน โดยมีภาระลดหลั่นตามคุณภาพ ทั้งการจัดรองเท้า การเทอาหารเลี้ยงพระ การล้างจาน การเก็บขยะ ฯลฯ

“มันคือการสร้างการยอมรับให้คนในชุมชน ผ่านการรับรองจากพระที่เปรียบเสมือนผู้นำความคิด ผู้ได้รับการนับถือในสังคม ซึ่งเมื่อพระให้โอกาสเด็กได้พิสูจน์ตัวเองและทำงานได้ดี ได้รับคำชม คนในชุมชนก็จะยอมรับและเมตตาเด็กเหล่านี้มากขึ้น จากนั้นนำเด็กขยายไปสู่โรงเรียน บำเพ็ญประโยชน์ปัดกวาดเช็ดถูก ดูแลบ้านพักคนชรา เข้าร่วมค่ายอบรมนักเรียนแกนนำเหมือนเด็กปกติ แม้จะเป็นรองในมุมด้านกายภาพ แต่ผลงานไม่เป็นรองใคร” “ครูวิว” พัชรีวรรณ ตันกุระ โรงเรียนฉะเชิงเทราปัญญานุกูล สะท้อนแนวคิดสุขแท้ด้วยปัญญา

ในปี 2555 นี้ทางโรงเรียนได้ต่อยอดสร้างนวัตกรรมผ่าน “กิจกรรมห้องธรรมานุบาล” ที่ใช้หลักธรรมะ ผนวกเข้ากับหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ เน้นการตอบสนองการฝึกเจริญภาวนาสติแก่เด็กพิการ โดยการใช้อุปกรณ์การเดิน ทั้งการเดินแบบปกติ และเดินแบบก้าวข้ามสิ่งกีดขวาง เดินสลับซ้ายขวา ซึ่งแต่ละช่วงเดินย่อมหมายถึงการตั้งสติ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการฝึกสมาธิในระดับเบื้องต้นผ่านการเดินจงกลมแบบผู้มีร่างกายปกติ

อย่างน้อยผู้ทดลองใช้แบบ “อั๋น” ชัชนันท์ ภักดีศุภผล นักเรียนชั้น ม.3 ที่ร่วมกิจกรรม “สุขแท้ด้วยปัญญา” เริ่มมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ เขาเล่าแบบไม่ปะติดปะต่อกันแต่ก็พอจับใจความได้ว่า ห้องที่เงียบ กระทั่งมีอุณหภูมิความเย็นกำลังดีเช่นนี้สร้างความสนใจให้เขาฝึกนั่งสมาธิมากกว่าในห้องเรียนเป็นไหนๆ ไม่ว่าจะไปเข้าวัด หรือฝึกสมาธิ ล้วนช่วยฝึกฝนได้ช่วยให้เขาอยู่ร่วมกับสมาชิกในบ้านได้อย่างปกติ สามารถช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่ใครๆ เขาทำได้

  “ผมไปเยี่ยมผู้สูงอายุก็คิดถึงยาย คิดถึงแม่ เห็นเขาสอนให้ทำกับคนแก่ดีๆ ผมก็คิดว่าจะกลับไปทำบ้าง หรือครูพยายามสอนเรื่องระเบียบวินัย ทั้งการกิน การเก็บของให้เป็นระเบียบ ผมก็พยายามจะทำ” อั๋น กล่าว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: