สำนึกครู โรงเรียน ชุมชน รั้วล้อมรัก

จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สำนึกครู โรงเรียน ชุมชน รั้วล้อมรัก’ลดเด็กติดเกม’ : คอลัมน์มองมุมใหม่

เมื่อสังเกตเห็นลูกศิษย์บางคนในเวลาเรียนง่วงนอน บางคนมีพฤติกรรมก้าวร้าว อันเป็นผลมาจากการติดเกมรุนแรง ทำให้ ครูนิรามัย มั่นหมาย ครูสอนวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนท่าชัยวิทยา อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ลุกขึ้นหาวิธีแก้ปัญหาเด็กติดเกม ร่วมกับนักเรียน โรงเรียน และชุมชน อย่างเป็นระบบ 

โดยเริ่มจากศึกษาสภาพปัญหาในภาพรวม ซึ่งผลสำรวจเอแบคโพลล์พบว่า เด็กช่วงอายุ 7-19 ปี ติดเกมคิดเป็นร้อยละ 68 เกมที่เล่นมากสุดคือเกมต่อสู้ รองลงมาคือ เกมที่ใช้ความรุนแรง และเกมลามกอนาจาร ทำให้เกิดผลกระทบต่อเยาวชนจากปัญหานี้คือ 1.ผลการเรียนตกต่ำ 2.พฤติกรรมก้าวร้าว 3.มีอาการเหม่อลอย 4.มีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย 5.มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 6.เกิดปัญหาการลักขโมยในชุมชน

หลังจากนั้นจึงศึกษาสภาพปัญหาภายในโรงเรียน พบว่ามีนักเรียนติดเกมจำนวนมาก และนักเรียนมักหนีเรียนเพื่อไปเล่นเกม ผลจากการสำรวจนักเรียนในโรงเรียนด้วยแบบสอบถาม พบว่า 1.นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นติดเกมจำนวนมาก 2.ในชุมชนมีร้านเกม 16 ร้าน และยังเป็นที่ต้องการของผู้เล่น และ 3.มีผู้เข้าไปเล่นเกม 600 คนต่อเดือน

การอธิบายถึงปัญหาเรื่อง “ปัญหาเด็กติดเกม” ดังกล่าว เป็น 1 ใน 6 ขั้นตอนตามโครงการสร้างสำนึกพลเมืองของโรงเรียนท่าชัยวิทยา จนนำไปสู่ความร่วมมือและการแก้ปัญหาเด็กติดเกมในที่สุด โรงเรียนท่าชัยวิทยาจึงได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนที่มีผลการดำเนินงานตามนโยบายสาธารณะในโครงการสร้างสำนึกพลเมือง (Project Citizen) ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ที่สามารถผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จ

“นโยบายของรัฐในการควบคุมดูแลร้านเกมอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 โดยคณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ออกกฎหมายให้ร้านเกมทั่วประเทศให้บริการแก่เด็กที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 18 ปีในวันเปิดเรียน ระหว่างเวลา 14.00-22.00 น. และสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีในวันเปิดเรียน ระหว่างเวลา 14.00-20.00 น. ทำให้ครูและนักเรียนในโครงการได้ลงพื้นที่ไปพบกับประธานชมรมผู้ประกอบการร้านเกมที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อขอความร่วมมือให้เปิดร้านเกมหลังเวลาเลิกเรียนคือ 15.30 น.แทน”

แผนการดำเนินการของโครงการดังกล่าวมีดังนี้ 1.เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2553 ได้จัดประชุมชี้แจงผู้เกี่ยวข้อง โดยลงพื้นที่ไปพูดคุยกับประธานชมรมร้านเกม และอธิบายถึงปัญหาเด็กติดเกมภายในชุมชน 2.จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านเกม มีด้วยกัน 2 ข้อ ได้แก่ ขอให้ผู้ประกอบการร้านเกมเปิดให้บริการแก่นักเรียนตั้งแต่เวลา 15.30 น. และขอให้ภายในร้านเกมมีมุมหนังสือให้บริการ

3.เดือนมกราคม พ.ศ.2554 นำเสนอแผนปฏิบัติการต่อเทศบาลตำบล 4.เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 นำเสนอแฟ้มผลงาน 5.ภายในโรงเรียนจัดเสียงตามสายเกี่ยวกับเด็กติดเกมในเวลาพักกลางวัน จัดนิทรรศการรณรงค์แจกแผ่นพับให้ความรู้ และมีการจัดตั้งคลินิกมารยาทเพื่อจัดอบรมนักเรียนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว นอกจากนี้ครูนิรามัยยังจัดกิจกรรมรณรงค์ต้านภัยใส่ใจเด็กติดเกมและโรงเรียนปลอดเกม คือ ไม่ให้นักเรียนเล่นเกมในโรงเรียน ส่วนชุมชน เทศบาลตำบล จัดหากิจกรรมมาทำร่วมกัน โดยชี้ให้เห็นถึงความร้ายแรงของเกม ทั้งนี้มีครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกัน ทำให้เด็กติดเกมลดลง ก้าวร้าวลดลง ขณะที่ครอบครัวอบอุ่นขึ้น

    “สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์ที่ติดเกม ผลจากการดำเนินการกิจกรรมดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจ ทำให้นักเรียนมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น มีผลการเรียนที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เด็กไม่ต้องขอเงินพ่อแม่มาเล่นเกม ปัญหาการลักขโมยลดลงด้วย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโรงเรียนต่างๆ จะนำไปปรับใช้เพื่อช่วยกันให้สังคมเราดีขึ้น” ครูนิรามัย กล่าว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: