อนาคตการศึกษาอยู่ในมือทุกคน

จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

อนาคตการศึกษาอยู่ในมือทุกคน อำนวย สุนทรโชติ ฝากไว้ก่อนหมดลม โดย…อำนวย  สุนทรโชติ

อำนวย สุนทรโชติ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Error! Hyperlink reference not valid. ผู้ก่อตั้งชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2555 ด้วยโรคมะเร็งตับ นี่คือบทความที่เขาเขียนไว้ก่อนหน้านี้หมดลมหายใจ

อำนวย เกิดวันที่ 30 เมษายน 2510 เป็นลูกชาวนาที่ จ.ฉะเชิงเทรา เรียนป.1-ป.6 ที่โรงเรียนวัดบ้านนาประชาชนรังสฤษฎิ์ เรียน ม.1-ม.6 ที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ เป็นคนเรียนดี โดยเฉพาะวิชาคำนวณเช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และภาษาอังกฤษ สอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน จากนั้นสอบเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แผนกเครื่องกล โดยได้รับทุนการศึกษาทุกปี และหารายได้ด้วยการสอนพิเศษ ช่วงแรกๆสอนเด็กหลายคนหลายกลุ่ม พอตอนหลังๆ สอนที่ครอบครัวจุฬาโรจน์มนตรีจนสำเร็จการศึกษา

จบการศึกษาที่จุฬาฯ แล้วก็ไปทำงานที่บริษัทเอสโซ่อยู่ประมาณ 3 ปี แล้วย้ายไปทำงานที่บริษัทคูเวตปิโตรเลี่ยม 3 ปี จากนั้นลาออกมาทำปั๊มน้ำมันภายใต้ยี่ห้อคิวเอท เอสโซ่ และบางจาก ปี 2540 วิกฤติต้มยำกุ้งทำมีหนี้สินมากมาย เลิกทำปั๊มทั้งหมด แล้วหันมาค้าส่งน้ำมันใช้หนี้สินหมดในเวลาต่อมา

เมื่อครั้งที่จบวิศวะ อำนวยตั้งเป้าหมายว่าจะตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยการศึกษา เขาเริ่มต้นจากการขอเข้าไปนั่งในห้องเรียนของโรงเรียนเพื่อรื้อฟื้นความหลังว่าโรงเรียนสอนอย่างไร นักเรียนเรียนกันอย่างไร นั่งฟังไปก็คิดไปว่าจะทำให้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นดีขึ้นอย่างไร จากนั้นได้ทำสรุปให้แต่ละโรงเรียนว่าในมุมมองเขาควรจะปรับปรุงอย่างไร และทำโครงการรักการอ่านโดยทำให้ห้องสมุดมีชีวิตชีวาขึ้นมา

จากนั้นไปช่วยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราจัดโครงการรักการอ่านทั้งจังหวัดโดยซื้อหนังสือดีๆ ประมาณ 10 เรื่องแจกให้แต่ละโรงเรียนจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับนักเรียน แล้วให้เด็กมาสอบวัดความคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือนั้น จากนั้นก็รณรงค์ต่อต้านการรับฝากเด็กและการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ โดยสามารถทำให้โรงเรียนมัธยมที่จบมาไม่มีการฝากเด็กมาตั้งแต่ปี 2550

ปี 2554 เป็นกรรมการติดตามตรวจสอบการรับนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีส่วนในการออกกติกาต่างๆ และมีส่วนในการผลักดันเรื่องหลายเรื่อง ทำควบคู่ไปกับสอนพิเศษฟรีให้แก่นักเรียนทั่วๆ ไป เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย เคยตระเวนสอนตามโรงเรียนต่างๆ สร้างห้องเรียนพิเศษขนาดใหญ่ของตนเองที่จุนักเรียนได้ 250 คน แต่เปิดสอนได้ 3  วันก็รู้ว่าเป็นมะเร็ง แต่ก็ได้อาจารย์เก่า และรุ่นน้องๆ มาช่วยสอน จนจบไป 3 คอร์สแล้ว จะเน้นสอนช่วงปิดเทอมโดยสอนทั้งวัน ทุกวันไม่มีวันหยุด มีนักเรียนเรียนอยู่ประมาณ 200 คน

ตอลดเวลาที่ผ่านมา อำนวยคอยพิทักษ์สิทธิเด็กในเรื่องสิทธิในการศึกษา ร้องเรียนและฟ้องศาลปกครองเรื่องความไม่ยุติธรรมของระบบแอดมิชชั่นส์ไป 2 คดี ฟ้องเรื่องรับตรงไป 1 คดี ฟ้องเรื่องการขาดรูปแล้วไม่ให้เข้าสอบแพทย์ของ กสพท.ไป 14 คดี ตรวจข้อสอบ GAT-PAT และ O-NET ว่าข้อสอบผิดหรือไม่ เฉลยผิดหรือไม่ หลายครั้ง ก่อนที่ สทศ.จะลงมือตรวจข้อสอบทำให้นักเรียนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น

สรุปคำศัพท์ภาษาอังกฤษขั้นต่ำที่เด็กไทยควรจะรู้ เพื่อให้นักเรียนจะได้รู้เป้าหมายในการท่องศัพท์ โดยอัพโหลดไว้บนเว็บไซต์ ขึ้นไว้บนเว็บไซต์ สทศ.ด้วย และสอนภาษาอังกฤษด้วยการแปลข่าวภาษาอังกฤษกว่า 200 ข่าวแบบคำต่อคำให้นักเรียนได้หัดอ่านจะได้ฝึกแปลให้ถูกต้องโดยโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ รวมทั้งเคยทำแอนิเมชั่นสอนฟิสิกส์ให้ง่ายขึ้น

สิ่งที่อยากทำมากที่สุด แต่คงไม่มีโอกาสได้ทำแล้วคือ อยากเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของชาติให้มีคุณภาพอย่างน้อยก็ต้องทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือดีกว่า โดยสิ่งที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนของการศึกษาไทยคือ ต้องรื้อหลักสูตรทิ้งทั้งหมดแล้วสร้างหลักสูตรขึ้นมาใหม่ เพราะมีวิชามากกว่าครึ่งหนึ่งที่เรียนไปแล้วไม่เคยได้ใช้ในชีวิตเลย วิชาบางส่วนก็เน้นความรู้แบบท่องจำซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์แล้วในปัจจุบัน เพราะความรู้เหล่านั้นสามารถหาได้จากกูเกิลหรือคอมพิวเตอร์อัจฉริยะในอนาคต สิ่งที่ถูกต้องของการเขียนหลักสูตรคือ ส่วนที่จะต้องนำไปใช้ในอนาคต และส่วนที่อาจจะไม่ได้ใช้โดยตรงแต่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาฉลาดขึ้น

ตอนนี้พยายามนอนเขียนหนังสือเรื่องการศึกษาอยู่เล่มหนึ่งชื่อ “การศึกษาอุบาทว์ ชาติวิบัติ” เพื่อวิพากษ์วิจารณ์การศึกษาในปัจจุบันและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ได้แต่หวังจะเขียนได้จนจบ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนไทยและแผ่นดินไทย

ทั้งหมดทั้งสิ้นที่เขียนมานี้ก็ต้องการเพียงแต่จะบอกคนรุ่นต่อๆ ไปว่าในขณะที่ร่างกายแข็งแรงและยังมีพลังเต็มเปี่ยมนั้นจงรีบทำความดี จงรีบช่วยเหลือสังคม จงรีบตอบแทนคุณแผ่นดิน อย่าผัดวันประกันพรุ่งว่าให้เรียนจบก่อน ให้งานมั่นคงก่อน ให้ลูกมั่นคงก่อน ให้รวยก่อน แล้วค่อยช่วยเหลือสังคม เพราะถ้าคิดเช่นนั้นจะไม่มีโอกาสได้ช่วยสังคมและประเทศชาติเลย

ชีวิตคนทุกคนนั้นมี 2 สิ่งที่ทุกคนทำ คือ 1 สิ่งที่ต้องทำ ซึ่งหมายถึงการเรียนและการประกอบอาชีพ 2.สิ่งที่อยากทำ คือสิ่งที่เป็นความชอบ เป็นความใฝ่ฝันของแต่ละคน แต่ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่มักจะทำแต่สิ่งที่ต้องทำ แต่ไม่ค่อยได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่สิ่งที่ถูกต้องคือคุณต้องทำมันไปพร้อมๆ กันแล้วชีวิตก็จะครบสมบูรณ์ แล้วเมื่อวันนั้นของชีวิตมาถึงจะได้ไม่ต้องบ่นเสียดายว่าโน่นก็ยังไม่ได้ทำ นี่ก็ยังไม่ได้ทำ

ต่อไปนี้ผมขอฝากอนาคตของประเทศไว้ในมือของทุกท่านด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: