ค้านนโยบายเงินแป๊ะเจี๊ยะกระทรวงศึกษาฯ

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์

วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555

วันนี้ ( 15 ก.พ.) นางวิสา เบ็ญจะมโน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และความเสมอภาคของบุคคล กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการได้ มีแนวนโยบายเกี่ยวกับการรับนักเรียนเข้าเรียนในสถานศึกษา โดยจะเปิดห้องรับเด็กฝากโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อจากเงินแป๊ะเจี๊ยะเป็นเงินบริจาคและต่อไปสถานศึกษาแห่ง ไหนมีงบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการจัดให้ไม่พอก็ให้รับเงินบริจาคด้วยการ เปิดห้องเรียนเพิ่มเติมว่า ตนไม่แน่ใจว่าการใช้คำว่าเงินบริจาคแทนคำว่าเงินแป๊ะเจี๊ยะ ในทางปฏิบัติการได้เข้าเรียนสัมพันธ์กับเงินที่บริจาคหรือไม่ ถ้าใช่ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักการสิทธิมนุษยชน เพราะนโยบายดังกล่าวเท่ากับเป็นการตัดโอกาสเด็กที่มีความสามารถ แต่ฐานะทางเศรษฐกิจไม่เอื้อในการเข้าเรียน เพราะต้องถูกกันที่นั่งเรียนไว้สำหรับเด็กที่มีเงินบริจาค ซึ่งถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมโดยเหตุความแตกต่างทางเศรษฐกิจ

เรื่องนี้จึงขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 วรรคสาม รวมทั้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 10 วรรคแรก และมาตรา 13 (1) แห่ง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้บัญญัติรับรองว่าบุคคลมีสิทธิเสมอกันในการศึกษาไม่น้อยกว่า  12 ปี โดยรัฐมีหน้าที่จัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และนั่นย่อมหมายความว่า รัฐต้องสนับสนุนงบประมาณในการจัดการศึกษาดังกล่าวอย่างเพียงพอ มิใช่ให้โรงเรียนไปเรียกเก็บจากผู้ปกครองอีก เพราะงบประมาณไม่เพียงพอ

นางวิสา กล่าวต่อว่า รวมทั้งในมาตรา 49 วรรคสอง ยังได้เน้นย้ำว่า แม้เป็นผู้ยากไร้หรืออยู่ในสภาวะยากลำบาก รัฐก็มีหน้าที่ต้องจัดให้ได้รับสิทธิในการศึกษาโดยเท่าเทียมกับบุคคลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน และเท่าที่ทราบนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพของกระทรวงศึกษาธิการก็เป็นการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายของรัฐ โดยครอบคลุมค่าใช้จ่าย 5 รายการ ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ซึ่งหากรัฐจัดงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวครบถ้วนจริง ก็ไม่น่าจะมีค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ถึงขนาดที่จะต้องเปิดห้องเรียนขอค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครอง เพื่อแลกกับการที่เด็กได้เข้าเรียนอีก นอกจากนี้ยังเห็นว่าเป็นนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับพันธะกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคีอีกด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: