Archive for สิงหาคม, 2011

4 วิธีเด็ดชาร์จสมองให้ฟิตเสมอ

จากหนังสือพิมพ์เดลินืวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม 2554
“สมอง” เหมือนมีด ยิ่งลับยิ่งคม ยิ่งไม่ใช้จะยิ่งทื่อ หากต้องการล็อกความแข็งแรงให้คงประสิทธิภาพยาวนาน ทำได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีพัฒนา และดูแลสุขภาพสมอง 4 ขั้นตอน ดังนี้

เอ็กเซอร์ไซส์ประจำทำสมองแอ็กทีฟ ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ พบว่า การออกกำลังกายสม่ำเสมอ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่งผลต่อการเติบโตของเซลล์ประสาทใหม่ ช่วยเชื่อมต่อกันมากขึ้น ทำให้การเรียนรู้ฉับไวตามไปด้วย ทั้งยังลดความเสี่ยงของอาการสมองเสื่อมได้

เล่นเกมเสริมสร้างสุขภาพจิต งานวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศ พบว่า การออกกำลังกายจิตด้วยการเล่นเกมครอสเวิร์ด (ปริศนาอักษรไขว้) เกมซูโดกุ เกมหมากรุก เกมการคำนวณทางคณิตศาสตร์จากระบบคอมพิวเตอร์ จะช่วยเพิ่มการทำงานของสมองด้านรู้คิด และความจำ

รับโภชนาการดี จากปลา โดยเฉพาะปลาทู ทูน่า และแซลมอน ซึ่งอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และ DHA ช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้ไวต่อการรับสัญญาณประสาท ทำให้สมองกระฉับกระเฉง รวมทั้งผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ผักโขม เป็นแหล่งของวิตามินอี และโฟเลต ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม อัตราการเปลี่ยนแปลงของความจำช้าลง

ดับความเครียด ด้วยการเล่นโยคะ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกาย ส่งผลดีต่อลมปราณ ช่วยเสริมสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งร่างกาย และจิตใจ นอกจากนั้น อาจนั่งสมาธิประมาณ 5-10 นาที ทำให้สมอง และประสาทส่วนต่าง ๆ ได้พักผ่อน คลายความตึงเครียด ที่สำคัญควรนอนหลับให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมงด้วย

สมองก็เหมือนส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ที่มักเสื่อมสภาพเมื่ออายุเพิ่ม และส่งผลต่อประสิทธิภาพในกระบวนการคิด ดังนั้น การพัฒนา และดูแลสมองอยู่เสมอ จะช่วยยืดอายุการทำงานไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร โดยเริ่มง่าย ๆ ด้วยวิธีข้างต้น ลองนำไปฟิตสมองกันดู.

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

Leave a comment »

4 มหาวิทยาลัยไทยแจ๋วติดอันดับโลก

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม 2554
“เกษตรฯ-จุฬาฯ-มหิดล-มอ.” ติดอันดับท็อป 500 มหาวิทยาลัยโลก “สภาวิจัยสเปน” จัดอันดับจากผลงานโลกออนไลน์ ด้านรองอธิการบดีมหิดล เผย ต่อยอดการศึกษาผ่านเน็ต

วันที่ 18 ส.ค. รศ.พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า The Centre for Scientific Information and Documentation (CINDOC) สภาวิจัยแห่งชาติสเปน (Spanish National Research Council) ได้ประกาศผลการจัดอันดับ Webometrics Ranking of World Universities เดือน ก.ค. 2554 พบว่า มหาวิทยาลัยในประเทศไทย 4 แห่งติดใน 500 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยโลก ดังนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 316 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับ 334 มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับ 443 และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับ 448

รองอธิการบดี ม.มหิดล กล่าวว่า การจัดอันดับจะพิจารณาจากการที่มหาวิทยาลัยมีการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการบนอินเตอร์เน็ตหรือเว็บไซต์เป็นหลัก ซึ่งเป็นการพิจารณาตามจำนวนลิงก์ที่เชื่อมโยงเข้าสู่เว็บนั้น ๆ และวัดผลจากการสืบค้นด้วยเสิร์ชเอ็นจิน และนับจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ในกลุ่มของไฟล์ประเภทต่าง ๆ และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง แบบออนไลน์ผ่านกูเกิลสกอลาร์

ทั้งนี้การที่มหาวิทยาลัยมหิดลติดอันดับ เนื่องจากการมุ่งพัฒนาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และการให้บริการผ่านทางเว็บไซต์ให้เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลการอ้างอิงทางวิชาการและเป็นประโยชน์ต่อภารกิจทางการศึกษา การวิจัยและการค้นคว้าที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงของโลก ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องมีรากฐานการศึกษาสำหรับอนาคต ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของประเทศในอนาคต

Leave a comment »

ชี้ความไม่ซื่อตรงเกิดจากระบบการศึกษา

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม 2554
จากการประชุมทิศทางการดำเนินงานและยุทธศาสตร์ของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(องค์การมหาชน) ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ประธานจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 5 กล่าวว่า หลังจากที่ได้จัดงานสมัชชาคุณธรรมไปแล้ว จากนี้ไปทางสมัชชาฯและศูนย์คุณธรรมจะขับเคลื่อนงาน โดยจะติดตามความก้าวหน้าในนโยบายด้านการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของรัฐบาล รวมทั้งผลักดันแผนแม่บท 5 ปี โดยเฉพาะโครงการและกิจกรรมต่างๆขององค์กรภาคี ขณะเดียวกันทางสมัชชาฯเห็นว่า ควรมีการจะจัดสัปดาห์รณรงค์ความซื่อตรงโปร่งใสในวันที่ 22 ก.ค.2555 โดยจะมีการรณรงค์สร้างกระแสความซื่อตรงตลอดปี 2555 ด้วย

นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า แนวร่วมปฏิบัติส่งเสริมความซื่อตรง ต่อต้านการทุจริตอย่างบูรณาการ ควรจะต้องอาศัยทุกภาคส่วนทั้ง ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น เริ่มที่รัฐ ภาคกำกับตรวจสอบ ภาคธุรกิจ ชุมชน องค์กรของรัฐ สถานศึกษา ศาสนสถาน ครอบครัว ในการส่งเสริมความซื่อตรงด้วยปฏิบัติการเชิงรุก โดยมีการศึกษาวิจัยควบคู่ไปด้วย เพื่อใช้ในการพัฒนาแนวร่วม รวมถึงต้องมีการสื่อสารให้สาธารณชนรับทราบการทำงานเพื่อให้การบริหารจัดการการต่อต้านทุจริตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ด้าน พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวังโส วัดสุทัศนเทพวราราม กล่าวว่า ความซื่อตรงแก้ไขไม่ได้ด้วยการรณรงค์ แต่ควรทำให้เด็กและเยาวชนรู้จักว่าความซื่อตรงทำอย่างไร และมีวิธีการเช่นใด มากกว่า นอกจากนี้ยังพบว่า การประเมินการเรียนสอนของครูในปัจจุบันจะทำกันแบบผ่าน ๆ เพื่อให้เด็กผ่านเกณฑ์การประเมิน ทั้ง ๆ ที่เด็กบางคนยังไม่มีคุณภาพ เพื่อนำผลงานดังกล่าวมาใช้ในการประเมินวิทยฐานะของตนเอง แสดงให้เห็นว่าความไม่ซื่อตรงเริ่มมาจากระบบการศึกษา ซึ่งจะส่งผลถึงตัวเด็กที่จะไม่มีความซื่อตรงด้วย เช่น ครูทำผลงานให้เด็กนำไปประกวดแล้วบอกว่า เป็นงานที่เด็กทำขึ้นเอง เพื่อให้สถาบันของตนเองมีชื่อเสียง เป็นต้น ดังนั้น การแก้ปัญหาความซื่อตรงจะต้องเริ่มที่โรงเรียนหรือระบบการศึกษาเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการประเมินผลต่างๆทั้งของครูและนักเรียนจะต้องทำจากความเป็นจริง ประเมินจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ตกแต่งสร้างข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อระบบการศึกษาชาติในอนาคต

Leave a comment »

แนะซ้ำชั้นไม่ใช่ทางแก้คุณภาพเด็ก

จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2554
สกศ. จัดเสวนา “คุณภาพผู้เรียนกับนโยบายห้ามเด็กตกซ้ำชั้น” ด้านเลขาธิการสภาการศึกษา ชี้ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา แนะครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องมีส่วนร่วมในการดูแลอาใจใส่…

จากการ ประชุมเสวนา “คุณภาพผู้เรียนกับนโยบายห้ามเด็กตกซ้ำชั้น” จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) นางอุษา สุริยะพันธ์ ผอ.ร.ร.เทศบาลวัดโพธิ์ สังกัดเทศบาลเมืองชลบุรี เปิดเผยว่า ปัญหาเด็กตกซ้ำชั้นต้องมองถึงต้นเหตุตั้งแต่ระบบผลิตครูที่ปัจจุบันผลิตตาม ใจผู้บริหาร ไม่ให้เด็กท่องจำก็เลยเลิกท่องสูตรคูณ ไม่ให้เขียนกระดานดำแต่ให้เด็กไปสืบค้นด้วยตนเองจากคอมพิวเตอร์ เด็กจึงเขียนไม่เป็น งบพัฒนาการศึกษากลายเป็นซื้อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อหวังคอมมิชชั่น อีกทั้งผู้บริหารไม่อยากให้เด็กซ้ำชั้น เพราะกลัวเสียชื่อโรงเรียน จึงไม่ต้องโทษใครต้องโทษที่ผู้บริหารและระบบการศึกษา ซึ่งตนเห็นด้วยที่จะให้เด็กตกซ้ำชั้น

ส่วนนางเพลินพิศ วิเศษศิริ ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.ห้วยเกิ้งพิทยาคาร จ.อุดรธานี กล่าวว่า เห็นด้วยกับการให้เด็กซ้ำชั้น เพราะเวลานี้เด็กคิดว่าติด 0 ติด ร ก็สอบซ่อมแก้ตัวได้ ไม่สนใจเรียน

ด้าน น.ส.อนงค์ อ่ำรอด รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการ ร.ร.สายปัญญารังสิต กล่าวว่า การซ้ำชั้นไม่ใช่จะช่วยให้เด็กเรียนดีขึ้น หรือเป็นทางแก้ปัญหาทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือการวางระบบช่วยเหลือดูแลเด็กอย่างเข้มแข็งเป็นรายบุคคล เช่นเดียวกับน.ส.ยุภาพร เจือจินดา รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการ ร.ร.สตรีนนทบุรี ระบุว่า การซ้ำชั้นไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่อยู่ที่ระบบการเรียนการสอน และครูคือปัจจัยสำคัญของระบบ แต่ครูดีมักถูกใช้ให้ไปทำอย่างอื่น

ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า มาตรการซ้ำชั้นแม้ตามระเบียบสามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น เด็กหมดกำลังใจ หนีเรียน และไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา เพราะสิ่งสำคัญคือการดูแลเอาใจของครู รวมถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองก็ต้องมีส่วนร่วมดูแล ทั้งนี้ การพัฒนาผู้เรียนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องไม่ปล่อยผ่านโดยไร้คุณภาพ.

Leave a comment »

หนุนอีเลิร์นนิ่งยกระดับการศึกษาไทย

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร ที่ 09 สิงหาคม 2554
สกอ.หนุน อีเลิร์นนิง มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ช่วยการเรียนการสอนทุกระบบมีคุณภาพและสืบค้นข้อมูลทั่วโลก

วันนี้(9 ส.ค.)ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวในการประชุมวิชาการระดับชาติด้านอีเลิร์นนิง (National e-Learning Conference : Open Learning-Open the World) ของโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ประจำปี 54 ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) โดยโครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย มีพันธกิจในการเผยแพร่ความรู้ด้านอีเลิร์นนิง จากแหล่งความรู้ ทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อให้สถาบันการศึกษาไทยสามารถพัฒนาด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ และจากการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองได้ขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท ให้สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพและพัฒนาแหล่งเรียนรู้อื่นๆ สำหรับการเรียนรู้ทั้งในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยรัฐบาลได้ลงทุนในด้านการจัดเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ของทุกมหาวิทยาลัย ลงถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการโดยสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือ UniNet เพื่อให้นิสิต นักศึกษา นักเรียน สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ ที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ผ่านระบบ internet และinternet 2

ดร.สุเมธ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ยังเป็นแกนหลักในการพัฒนาการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิง ส่งเสริมให้จัดสื่อการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยออกสู่สาธารณะแบบ Open Courseware เพราะการเรียนรู้ผ่านระบบอีเลิร์นนิงของอุดมศึกษาไทยนั้น เป็นหนึ่งในวิธีการจัดการศึกษาในประเทศขณะนี้ เนื่องจากเป็นวิธีการส่งเสริมให้ผู้คนได้มีโอกาสเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้อีเลิร์นนิงได้มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมาก เพราะเปิดโอกาสให้บุคคลทุกเพศ ทุกวัย สามารถศึกษาผ่านทางอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีพรมแดน ซึ่งนับวันจะมีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่การเรียนการสอนมิได้อยู่ในห้องเรียนอีกต่อไป รวมทั้งสถาบันการศึกษาขณะนี้มีการเปิดการเรียนการสอนแบบอีเลิร์นนิงเพื่อแทนที่ และเสริมการสอนปกติในปริมาณที่มากขึ้น จึงทำให้มีผลงานวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนกรณีศึกษาของการจัดการอีเลิร์นนิงในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ มีจำนวนมากเป็นลำดับ.

Leave a comment »

1-31 ส.ค.รับสมัครนักเรียนสอบเข้า “ห้องเรียนวิทย์” รุ่น 5

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2554
บทความประชาสัมพันธ์ – ก.วิทย์เปิดรับสมัครนักเรียน ม.3 เป็นรุ่นที่ 5 เข้า “ห้องเรียนวิทย์” ในกำกับ 7 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์จะได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม พร้อมรับการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการเรียนและสิทธิพิเศษในการเข้ามหาวิทยาลัย

หลังจากได้ทำการคัดสรรนักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าในปีการศึกษา 2554 เพื่อคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2555 ในโรงเรียนทั้ง 7 แห่งของโครงการฯ แห่งละ 30 คน รวม 210 คน โดยห้องเรียนวิทย์ในโรงเรียนอยู่ในการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย 7 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ในปี 2555 นี้ ทาง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้สานต่อโครงการเป็นรุ่นที่ 5 เพื่อมุ่งหวังนำนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทย์-คณิตเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างถูกทาง และเหมาะสม ส่งเสริมให้อัจฉริยภาพที่มีอยู่เบ่งบานอย่างเต็มที่เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพอันจะเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

โดยครั้งนี้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในโครงการดังกล่าวข้างต้นเป็นผู้ดำเนินการรับสมัครนักเรียนจากทั่วประเทศเอง

การสอบคัดเลือกแบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบแรก เปิดให้สอบข้อเขียนในวิชาวิทย์-คณิต โดยให้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบพร้อมกับการคัดเลือกนักเรียนของโรงเรียนมหิดลฯ (ใช้ข้อสอบเดียวกัน) ส่วนรอบสอง เป็นการสอบข้อเขียน ภาคปฏิบัติการ ทักษะและความถนัด ทางด้าน วิทย์-คณิต วิศวกรรม ภาษาอังกฤษ รวมทั้งการคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาโจทย์ โดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นผู้ดำเนินการ

เริ่มเปิดรับสมัครในวันที่ 1-31 สิงหาคม 2554 สนใจติดตามการรับสมัคร ได้ที่ http://www.most.go.th/SCiUS และโรงเรียนในโครงการ วมว. 7 แห่ง ได้แก่

– โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://www.satitcmu.ac.th
– โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย http://technopolis.sut.ac.th/sus/
– โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) http://sec.satit.kku.ac.th
– โรงเรียนดรุณสิกขาลัย http://www.kmutt.ac.th/GiftEd
– โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน http://www.kus.kps.ku.ac.th/satit/
– โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ http://www.psuwit.psu.ac.th
– โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ http://satit.pn.psu.ac.th

หลักสูตรห้องเรียนวิทย์ของโครงการ วมว. เป็นหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยซึ่งมีความแตกต่างกันตามความโดดเด่นทางวิชาการของแต่ละแห่ง ทั้งนี้มีเนื้อหาสาระวิชาการครบถ้วนตามหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และมีความเข้มข้นรายวิชาวิทย์-คณิต เทียบเท่าหลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ การเรียนการสอนมีลักษณะเป็นโรงเรียนประจำที่มีครูพี่เลี้ยงดูแลใกล้ชิด โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นตัวหลักในการจัดการเรียนการสอน สนับสนุนบุคลากรเป็นผู้สอน รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงให้ทั้งครูและนักเรียน และสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้มีความหลากหลายทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน ได้แก่ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ การเข้าค่ายวิชาการ การเข้าค่ายปฏิบัติธรรม การฟังบรรยายพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิ กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อให้นักเรียนรู้จักเสียสละต่อส่วนรวม และรู้จักใช้ความสามารถของตนที่มีอยู่ทำประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมอีกด้วย

นักเรียนในห้องเรียนวิทย์ของโครงการ วมว. จะได้รับการสนับสนุน

– ค่าใช้จ่ายในการเรียนโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านมหาวิทยาลัย

– ได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงทรัพยากรด้านการเรียนรู้ต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น ห้องทดลองปฏิบัติการ ห้องสมุด
ศูนย์กีฬา เป็นต้น และได้รับการถ่ายทอดความรู้จากคณาจารย์ ปราชญ์ชุมชน นักวิจัยดีเด่นและผู้เชี่ยวชาญต่างๆได้ทำโครงงานวิจัยโดยมีอาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัย โดยสัมผัสกับหน่วยงานวิจัย โรงงานอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่นต่างๆ รวมทั้งการโอนหน่วยกิตในโครงการเรียนล่วงหน้าเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

– ได้รับโอกาสเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาโดยการรับตรงในคณะวิทยาศาสตร์หรือคณะอื่นๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามเงื่อนไขที่กำหนดของมหาวิทยาลัยของรัฐ

– กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีกลไกสนับสนุนนักเรียนโครงการ วมว. ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท-เอก และเข้าทำงานเป็นนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (จำนวนประมาณ 20%) โดยผ่านโครงการสนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเรียบร้อยแล้ว

Leave a comment »