Archive for มกราคม, 2011

สช.ทวงค่าครองชีพครู

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม 2554
นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2553 งบฯกลาง จำนวน 267,359,608 บาท เพื่อจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวให้แก่ครูโรงเรียนเอกชน ทั้งสายสามัญศึกษา และสายอาชีวศึกษา จำนวน 74,434 คน นั้น จนถึงขณะนี้ สช.ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบฯดังกล่าวเลย แต่ตนไม่อยากให้ครูโรงเรียนเอกชนต้องกังวล เพราะที่ผ่านมา สช.ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายคลังประสานกับสำนักงบประมาณอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าครูโรงเรียนเอกชนจะได้รับเงินในส่วนนี้ทันทีที่สำนักงบประมาณโอนเงินมา ทั้งนี้คาดว่าจะได้รับเงินในช่วงต้นเดือนก.พ.นี้ โดยจะได้รับเงินย้อนหลังเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ย.53 ส่วนเดือน ต.ค.53-ก.ย.54 นั้น ต้องมีการหารือในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตนรู้สึกเห็นใจ และเข้าใจว่าครูโรงเรียนเอกชนหลายคนรอเงินในส่วนนี้อยู่ และก็ได้รอคอยมานานแล้ว.

Leave a comment »

แนะเด็กดูตัวอย่างข้อสอบโอเน็ตสั้น

จากไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
ผอ.สทศ. เผย พร้อมจัดสอบโอเน็ตฉบับสั้น ป.6 และม.3 ฉบับยาว ม.6 มีตัวอย่างข้อสอบที่เว็บไซต์ http://www.niets.or.th นักเรียนสามารถทดลองทำข้อสอบได้ด้วย…

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า สทศ. มีความพร้อมในการจัดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ตฉบับสั้น สำหรับนักเรียน ป.6 และ ม.3 และฉบับยาวสำหรับนักเรียน ม.6 โดยนักเรียน ป.6 สอบวันที่ 1 ก.พ. นักเรียน ม.3 สอบวันที่ 2 ก.พ. ส่วน ม.6 สอบวันที่ 19-20 ก.พ.นี้

สำหรับข้อสอบโอเน็ตฉบับสั้น ซึ่งนักเรียน ป.6 และ ม.3 สอบในปีนี้ เป็นการสอบปีแรก รูปแบบข้อสอบเหมือนเดิมคือ มีหลายคำตอบ ซึ่งสอบครบทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา และครบทั้ง 76 มาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 และใช้เวลาสอบน้อย โดยมีตัวอย่างข้อสอบฉบับสั้นเผยแพร่ ทางเว็บไซต์ สทศ. ที่ http://www.niets.or.th ซึ่งนักเรียนสามารถทดลองทำข้อสอบได้ด้วย หากนักเรียนยังไม่เข้าใจ ก็สามารถเตรียมพร้อมการสอบโดยทดลองทำข้อสอบได้ทางเว็บไซต์ดังกล่าว หลังการสอบจะเชิญทุกหน่วยงานมาประเมินข้อสอบว่า สามารถวัดผลเด็กได้ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้หรือไม่ เพื่อปรับปรุงการสอบในครั้งต่อไป

Leave a comment »

‘ประเวศ’ปลุกอาเซียนเลิกตามตะวันตก

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันพุธ ที่ 26 มกราคม 2554
หันใส่ใจวิถีอารยธรรมสุวรรณภูมิ สอนให้อยู่ร่วมกันไม่ใช่แย่งชิงกัน

นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ ศ.นพ.ประเวศ วะสี เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์อารยธรรมสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ว่า ศ.นพ.ประเวศ เห็นว่า จุดแข็งของไทยมีอยู่ใน 3 อารยธรรมทั้งจีน อินเดีย และสุวรรณภูมิ ดังนั้นไทยจึงจำเป็นต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการวัฒนธรรมของประเทศในเขตดินแดนอารยธรรมสุวรรณภูมิ โดยเห็นว่าจุดเปลี่ยนทางอารยธรรมของไทยมีการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากแนวคิดของชาติตะวันตก ที่นำเอาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมนำในการพัฒนาประเทศ มีการใช้ทรัพยากรอย่างไม่จำกัด และต้องแย่งชิงกัน ซึ่งเป็นการสวนทางกับหลักอารยธรรมสุวรรณภูมิที่พยายามจะอนุรักษ์ทรัพยากรและวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกัน

ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า ศ.นพ.ประเวศ เห็นว่าประเทศไทย ต้องก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยน โดยเฉพาะลดการพึ่งพาทรัพยากรมาสู่การพึ่งตนเอง และคำนึงถึงวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ ดังนั้นภารกิจที่ วธ.ควรจะต้องนำไปขยายผลต่อ คือ การเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเวทีหารือร่วมกันระหว่างประเทศอาเซียน นักวิชาการ ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันจัดทำยุทธศาสตร์ระดับประเทศ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้จำเป็นจะต้องผลักดันให้รัฐบาลของแต่ละประเทศอาเซียนผนึกกำลังร่วมกันทางด้านวัฒนธรรมเพื่อให้ประเทศอาเซียนมีกำลังต่อรองทางด้านสังคมและวัฒนธรรมนอกเหนือจากด้านการเมือง เศรษฐกิจ รวมทั้งจะต้องสร้างให้ประเทศอาเซียนเกิดระบบการท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งศึกษาองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมอีกด้วย

“ผมจะนำผลการหารือ นำเสนอต่อนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ในวันที่ 7 ก.พ. นี้ เพื่อขอให้ช่วยผลักดันการจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อลดการครอบงำวิธีคิดในการพัฒนาประเทศแบบชาติตะวันตก และให้หันกลับมาใช้ภูมิปัญญาของคนสุวรรณภูมิที่พึ่งตนเองเป็นหลักในการขับเคลื่อนประเทศ นอกจากนี้จะหารือกับมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส และนักวิชาการอิสระ ในการแปลงแนวยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้อย่างแท้จริง รวมทั้งจะจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกด้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ภายใน 2 เดือนนี้” นายสมชาย กล่าว.

Leave a comment »

จัดห้องสมุดเป็นของขวัญวันเด็ก

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 17 มกราคม 2554
เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การอ่าน” คือการเปิดประตูสู่โลกกว้าง โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ที่เปรียบเหมือน “อนาคต” และ “ความหวัง” ของชาติ ไม่ว่าในยุคสมัยไหน หากเมื่อใดก็ตามได้มีโอกาสเพาะบ่มนิสัยรักการอ่านตั้งแต่วัยเยาว์แล้วละก็ อนาคตย่อมสดใสและมีความหวังแน่นอน

เมื่อวันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมาหลายคนคงมีกิจกรรมที่มุ่งทำเพื่อประโยชน์แก่เด็กไทย เช่นเดียวกับโครงการ “มศว ปันน้ำใจ ห้องสมุดนี้พี่ให้น้อง” จัดโดยภาควิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ที่ร่วมกับโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะในนิสิตเพื่อเป็นบัณฑิตในอุดมคติไทยของ มศวก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มุ่งนำสิ่งดี ๆ ไปมอบให้แก่เด็ก ๆ โดยนิสิตสาขาบรรณารักษศาสตร์ฯรวม 30 ชีวิต ได้พากันออกค่ายไปจัดห้องสมุดให้แก่เด็กนักเรียน รร.บ้านวังยาว อ.เมือง จ.เลย ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา มีนักเรียนประมาณ 120 คน

“เนื่องจากเดิมโรงเรียนยังไม่มีห้องสมุด มีเพียงมุมเล็ก ๆ ที่ใช้จัดวางหนังสือ จึงเข้าไปจัดห้องสมุดใหม่ในพื้นที่ขนาด หนึ่งห้องเรียน พร้อมทั้งได้จัดหาหนังสือ ทรัพยากรต่าง ๆ รวมถึงชั้นหนังสือ และยังได้จัดระบบห้องสมุดตามมาตรฐาน ถือว่าเป็นของขวัญให้แก่เด็ก ๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ เพราะห้องสมุดถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการศึกษา เป็นแหล่งความรู้ที่ช่วยพัฒนาวิชาการและคุณภาพของผู้เรียน การที่โรงเรียนมีห้องสมุดที่ดี นอกจากเป็นแหล่งค้นคว้าของครู นักเรียนและชุมชนแล้ว ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการรักการอ่านให้แก่เด็กนักเรียน ซึ่งจะช่วยพัฒนาต่อยอดเป็นการเรียนรู้ที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต” พัชร พิพิธกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะมนุษยศาสตร์ บอกเล่าที่มาที่ไปและประโยชน์ของกิจกรรมครั้งนี้

เสริมด้วยเป้าหมายโครงการซึ่ง ดร. วาณี อรรจน์สาธิต รองอธิการบดีฝ่าย พัฒนาศักยภาพนิสิต ประธานโครงการเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะในนิสิตฯ เล่าว่า เหตุผลที่เลือกจังหวัดเลย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ “โพธิวิชชาลัย มศว นาแห้ว” ดังนั้นกิจกรรมครั้งนี้จึงนับเป็นการเดินตามรอยยุทธศาสตร์เชิงรุกในการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน และยังเป็นการให้บริการชุมชนตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย และที่สำคัญเป็นโอกาสดีที่นิสิตจะได้ฝึกปฏิบัติจริงในภาคสนาม ควบคู่กับการเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะ เกิดจิตอาสาช่วยเหลือสังคมและชุมชน

หลังผ่านระยะเวลา 3 วันของโครงการ ภาพที่เกิดขึ้นไม่เพียงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องสมุดเท่านั้น ทว่าหนังสือทุกเล่มยังถูกจัดวางถูกต้องตามหลักบรรณารักษ ศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้การค้นหาความรู้จากหนังสือแต่ละเล่มทำได้อย่างสะดวก ซึ่งเมื่อได้เห็นผลงานแล้ว ทุกคนต่างก็ตื้นตันใจ หากเทียบเวลาที่ลงทุนไปกับความรู้ที่เด็กและผู้ใหญ่ในชุมชนแห่งนี้จะได้ใช้บริการแล้ว คงถือได้ว่าประเมินค่ามิได้จริง ๆ.

Leave a comment »

ศน.ขยายผลเข้าวัดวันอาทิตย์

จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร ที่ 18 มกราคม 2554
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 กรมการศาสนา (ศน.) ได้ร่วมกับวัดทั่วประเทศ หน่วยงานในระดับจังหวัด เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดและตำบล เทศบาล รวมถึงสภาวัฒนธรรมต่าง ๆ ทำโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสดังกล่าว เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เรียนรู้ปฏิบัติธรรม และดำเนินตามรอยพระยุคลบาท ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว ศน. ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการเป็น 4 ระยะ เป้าหมายมีวัดที่เข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 วัด ใน 76 จังหวัด ทั่วประเทศ โดย ศน.จะร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในวันธรรมสวนะ หรือวันพระ ได้ใช้วันหยุดจากการทำงานประจำเข้าวัดปฏิบัติธรรม ซึ่งจากผลการดำเนินการในระยะแรกมีวัดที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 2,459 วัด และขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินการระยะที่ 2-3 โดยคาดว่ามีวัดที่ร่วมโครงการเพิ่มจำนวนอีกกว่า 3,500 วัดทั่วประเทศ ที่สำคัญมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติให้เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัด สนับสนุนโครงการเข้าวัดวันอาทิตย์ด้วยเช่นกัน

Leave a comment »

คลอดแผนปฏิรูปการศึกษาผู้พิการ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มกราคม 2554
ศธ.เผยคลอดแผนปฏิรูปการศึกษาผู้พิการ อัด 208,698,989 บาท ขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนพิการได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และเสมอภาค”

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างแผนการใช้จ่ายประจำปีงบประมาณ 2544 จำนวน 208,698,989 บาท โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551 และมติที่ประชุมคณะกรรมการการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การขยายโอกาสและบริการทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการให้แก่หน่วยงานที่จัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านคนพิการ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมสนับสนุนให้คนพิการ ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรเอกชนร่วมกันพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ในการจัดการศึกษา

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดหารายได้ (ระดมทุน) และยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาระบบกองทุน (การบริหารจัดการ)

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างนโยบายปฏิรูปการศึกษาสำหรับการศึกษาคนพิการในทศวรรษที่สอง พ.ศ.2552-2561 ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนพิการได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และเสมอภาค” ซึ่งประกอบด้วย 4 นโยบาย คือ 1.คนพิการได้รับการได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 2.คนพิการได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของแต่ละประเภทความพิการในทุกระบบและรูปแบบการศึกษา 3.การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ และ4.พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ

“ศธ.ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยจะขจัดจุดอ่อนและเพิ่มจุดแข็ง เพื่อสนับสนุนให้คนพิการมีโอกาสตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ดังนั้นนอกจากจะต้องการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการโดยคำนึงถึงคุณภาพและโอกาสแล้ว จะต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อระดมทรัพยากรและนำไปสู่การปฏิบัติและแผนกิจกรรมต่างๆ ที่กำหนดขึ้น และจะเป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการให้มีคุณภาพมากขึ้นด้วย” รมว.ศธ. กล่าว

Leave a comment »