Archive for ธันวาคม, 2010

ถกข้อดีข้อเสียสมัครสอบออนไลน์

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม 2553
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) คณะอนุกรรมการสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชนจัดสัมมนาเรื่อง “รับสมัครเฉพาะทางเน็ต ละเมิดสิทธิจริงหรือ” โดย รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายและสารสนเทศ ม.มหิดล กล่าวว่าปัจจุบัน การรับรู้ข่าวสารผ่านทางสื่อต่าง ๆ จากสถาบันถึงตัวนักเรียนส่งผ่านได้หลายช่องทางทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ จดหมายถึงตัวผู้สมัครหรือโรงเรียนของผู้สมัคร โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต

ซึ่งช่องทางเหล่านี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่ขณะนี้การติดต่อสื่อสาร ด้านโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตจะมีการใช้เป็นช่องทางการสอบคัดเลือกเข้าทำงานหรือศึกษาในสถาบันต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย โดยสถาบันศึกษาส่วนใหญ่ก็จะดำเนินการคล้ายกันเมื่อกรอกข้อมูลทางเว็บไซต์แล้วก็จ่ายเงินผ่านธนาคาร เมื่อเสร็จขั้นตอนก็ ต้องส่งเอกสารผ่านไปรษณีย์มาภายหลัง ตามวันเวลาที่กำหนด และทางมหาวิทยาลัยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบทางอินเทอร์เน็ต.

Advertisements

Leave a comment »

ยุคนเก่งกลับบ้านเกิดฟื้น ร.ร.ไอซียู

จากไทยรับออนไลน์
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2553
อดีตรมช.ศึกษาธิการ ‘ดร.รุ่ง’ วอน ผู้มีความรู้ ให้กลับไปพัฒนาโรงเรียนในจังหวัดบ้านเกิด เน้น กลุ่มร.ร.ไอซียู…

ดร.รุ่ง แก้วแดง อดีต รมช.ศึกษาธิการและอดีต ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) คนแรก ปาฐกถาเรื่อง “การประเมินเพื่อพัฒนา” ในงานครบรอบ 10 ปี สมศ. ว่า ปัญหาเรื้อรังของประเทศ คือ ปัญหาการศึกษา ซึ่งนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา โดยรอบแรกเน้นปฏิรูปด้านกฎหมายและโครงสร้าง แต่ยังเข้าไม่ถึงเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้เรียน ต่อมาในรอบที่สองจะเห็นว่าทุกอย่างดีขึ้นมาก ทั้งนี้ ควรมีการเปรียบเทียบโรงเรียนในกลุ่มไอซียู ระหว่างการประเมินในรอบแรกและรอบสอง ว่ามีผลดีขึ้นหรือยังคงอยู่ในกลุ่มไอซียู

อดีต รมช.ศึกษาธิการกล่าวต่อว่า สิ่งที่ สมศ. ควรดำเนินการเร่งด่วน คือ การนำเสนอผลการประเมินรอบ 2 ให้ทุกสังกัด ทุกสถานศึกษาและสำคัญ คือ ต้องรายงานผลให้ประชาชนรับทราบ เพราะการประเมิน ใช้งบประมาณสูงมาก แต่ข้อมูลกลับสู่สถานศึกษาและ มีการนำไปใช้จริงยังไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ สมศ.ควรจัดเสวนาภูมิภาค เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการต่างๆ ให้ทั่วถึง

“จาก ที่ลงไปช่วยประเมินผลโรงเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่มีผู้ประเมินลงไปทำการประเมิน พบว่าในรอบแรกโรงเรียนต้องปรับปรุงแก้ไข แต่ในรอบสอง พบว่าโรงเรียน 3 จังหวัดชายแดนใต้พัฒนาขึ้น สิ่งที่ค้นพบคือ เราสามารถปฏิรูปการศึกษาได้ เพราะคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติอื่นโดยทุกคนต้องช่วยกัน อยากเชิญชวนผู้ที่มีความรู้ และทุกคนให้กลับไปพัฒนาโรงเรียนในจังหวัดบ้านเกิด โดยเฉพาะ ร.ร.ที่จัดเป็น ร.ร.ไอซียู แล้วจะรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ช่วยโรงเรียนในจังหวัดบ้านเกิดให้ มีคุณภาพขึ้น” ดร.รุ่งกล่าว.

Leave a comment »

ชี้ต้องปฏิรูปรมต.ก่อนปฏิรูปการศึกษา

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม 2553
ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะกรรมการ นโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการศึกษาว่า เป้าหมายของการปฏิรูปจะต้องไม่ใช่การปฏิรูปโรงเรียนหรือสถานศึกษา แต่เป็นการปฏิรูประบบการศึกษาตลอดชีพของประชาชนทุกระดับ ทุกชนชั้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อยู่ในวัยศึกษาแต่ยังขาดโอกาสเรียนในระบบโรงเรียน หรือได้เรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นหรือประถมศึกษา ซึ่งขณะนี้มีจำนวนประมาณ 26 ล้านคน โดยที่กลุ่มเยาวชนเหล่านี้จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดกว้างทางการศึกษาให้ทั่วถึง อาทิ การให้ความสำคัญกับการศึกษาทางเลือก หรือการคิดวิธีประเมินคุณสมบัติทางวิชาชีพและการใช้ชีวิต แทนการประเมินผลทางวิชาการเพียงอย่างเดียว พร้อมกันนี้ยังต้องปฏิรูปไปถึงการศึกษาเรียนรู้ของผู้ปกครอง และปฏิรูปสื่อด้วย

ดร.คุณหญิงกษมา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังต้องมีการปฏิรูปในส่วนของนโยบาย เช่น การปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐโดยมุ่งเน้นจัดงบฯ ให้กับการศึกษาที่เกิดจากภาคประชาชนด้วยกันเองให้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะค่านิยมของนักการเมืองที่จะต้องมีโครงการภายใต้ชื่อของตัวเองในทุกครั้งที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งส่งผลให้เกิดโครงการจำนวนมากแต่ไม่ได้ประสิทธิภาพต่อระบบการศึกษา ทั้งนี้การปฏิรูปที่แท้จริงจะต้องมีความต่อเนื่องและทำอย่างจริงจังโดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงจะเกิดผลสำเร็จได้

“การปฏิรูปการศึกษานั้น เราต้องปฏิรูปทั้งระบบ เช่นในต่างประเทศจะเดินหน้านโยบายด้วยการปฏิรูปทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เริ่มตั้งแต่ระบบเลี้ยงดูของพ่อแม่ ไปถึงคุณภาพครูในโรงเรียน และต้องปฏิรูประบบการเสพสื่อของเด็กด้วย นอกจากนี้จะต้องมีการปฏิรูปการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีมากกว่าสิบคน โดยที่แต่ละคนเข้ามาก็จะมาคิดทำโครงการให้เป็นผลงานของตัวเอง เป็นการหวังผลระยะสั้น แต่ไม่ใช่การปฏิรูประบบการศึกษาที่แท้จริง” ดร.คุณหญิงกษมา กล่าว.
..

Leave a comment »

ศธ.มุ่งมั่นเพิ่มสัดส่วนนักเรียนอาชีวะ

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม 2553
กำหนดรร.มัธยมรับเด็กรอบเดียว เปิดทางอาชีวะรับ2รอบมุ่งดึงเด็ก

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของศธ.เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เสนอหลักเกณฑ์และวิธีการรับนักเรียน นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการเรียนสายอาชีวศึกษาให้เพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันมีนักเรียนที่เลือกเรียนสายอาชีวศึกษาเพียง 33% เท่านั้น ในขณะที่เป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองกำหนดให้เพิ่มเป็น 60% และลดสายสามัญเหลือ 40% ภายในปี 2561 อย่างไรก็ตามตนได้มอบนโยบายเพิ่มเติมโดยให้ สอศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปบูรณาการแผนการรับนักเรียนนักศึกษา ในปีการศึกษา 2554 ร่วมกัน รวมทั้งแก้ปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น การออกใบระเบียนแสดงผลการเรียน (ร.บ.) เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสามารถเลือกเรียนได้ตามความสามารถและความถนัด

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ตนยังได้มอบให้ สอศ.ดำเนินการแนะแนวเชิงรุก เพื่อให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาสายอาชีพ เช่น เรื่องเรียนฟรี มีงานทำระหว่างเรียน หรือเรียนอาชีวศึกษา เรียนฟรี 15 ปี สามารถต่อปริญญาตรีได้ในสายปฏิบัติการ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังมอบให้ สอศ.ไปหามาตรการจูงใจ เพื่อสนับสนุนการเรียนสายอาชีวศึกษาให้จำนวนเพิ่มสูงขึ้นตามเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) เช่น นักเรียนที่เรียนเก่ง เรียนดี สามารถ เรียนอาชีวะฐานวิทย์ได้ หรือนักเรียนที่เรียนเก่ง เรียนดีที่สมัครเข้าเรียนอาชีวศึกษาสามารถเลือกสาขาวิชาได้ตามความสนใจ เป็นต้น

“นอกจากนี้ยังได้มอบให้มีการจัดประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง ในวันที่ 22 ธ.ค. 53 โดย สพฐ.เป็นเจ้าภาพหลัก แต่จะเปิดโอกาสให้เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนอาชีวะและ รร.เอกชนเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการรับนักเรียน นักศึกษา ให้เป็นไปตามนโยบาย มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะมีการประชุมผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีอัตราการแข่งขันสูงในวันที่ 6 ม.ค. 54 จากนั้นจึงจะประกาศนโยบายและหลักเกณฑ์การรับนักเรียน นักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2554 ต่อไป” นายชินวรณ์ กล่าวและว่า ตนมีนโยบายชัดเจนว่าในการรับนักเรียนจะให้สถานศึกษาในสังกัด สพฐ.เปิดรับนักเรียนเพียงรอบเดียวเท่านั้น แต่จะให้อาชีวศึกษาเปิดรับรอบสองได้ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่ไม่ได้เรียนสายสามัญเข้ามาเรียนสายอาชีพ เพราะจากการสำรวจในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า สถานประกอบการต้องการลูกจ้างที่จบการศึกษาระดับ ปวช. และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มากกว่าระดับปริญญาตรี ตน จึงอยากให้ผู้ปกครองเปลี่ยนค่านิยม หันมาสนับสนุนให้บุตรหลาน เรียนสายอาชีพมากขึ้น.

Leave a comment »

จี้รัฐจริงใจต้องลงทุนการศึกษา

จากไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวการศึกษา
วันที่ 15 ธันวาคม 2553
ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษากลุ่มใหม่แนะ รัฐลงทุนด้านการศึกษา ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เชื่อรัฐมีเงินเหลือเฟือทำได้ ขึ้นกับความจริงใจ…

จากการเสวนาเรื่องแนวทางพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มใหม่ ในการประชุมวิชาการระดับชาติประจำปี 2553 อุดมศึกษาร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษากลุ่มใหม่ กล่าวว่า ม.ราชภัฏและ ม.เทคโนโลยีราชมงคล ถูกกำหนดให้เป็นเด็กพิการตั้งแต่เกิด เนื่องจากในช่วงการจัดตั้ง มรภ.และ มทร.เป็นช่วงที่รัฐบาลจำกัดอัตราข้าราชการ และกำหนดให้ มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ และจากการเปรียบเทียบงบประมาณปี 2554 ที่ ม.รัฐกลุ่มเก่า 22 แห่ง ได้รับจำนวน 47,036 ล้านบาท เฉลี่ยแห่งละ 2,138 ล้านบาท นักศึกษารวม 450,000 คน เฉลี่ย 103,312 บาทต่อคน เมื่อเปรียบเทียบกับงบฯที่ มรภ.ทั้ง 40 แห่งได้รับ รวม 10,795 ล้านบาท เฉลี่ยแห่งละ 269 ล้านบาท นักศึกษาจำนวน 400,000 คน เฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อหัว 26,987 บาทต่อคน ทั้งนี้งบฯที่ มรภ.ได้รับคิดเป็น 1 ใน 5 ของ ม.รัฐกลุ่มเก่าได้รับ

“การศึกษาคือการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด การที่บอกว่ารัฐไม่มีเงินนั้นไม่เป็นความจริง เพราะรัฐมีเงินเหลือเฟือ แต่อยู่ที่ว่ารัฐจะทำหรือไม่เท่านั้น เช่น รัฐลงทุนเป็นแสนล้านหรือหลายหมื่นล้าน สร้างระบบขนส่งมวลชนให้คนกรุงเทพฯ ตั้งกองทุนประกันสังคม ตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สร้างศูนย์ราชการ ดังนั้น หากรัฐจะทำรัฐก็จะหาเงินมาได้แน่นอน” นายมีชัยกล่าว

รศ.ดร.ศิ โรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวว่า ตนคิดว่ามหาวิทยาลัยควรใช้สติปัญญาช่วยเหลือตนเองมากกว่าคิดว่างบฯน้อย และเป็นปัญหาจนไม่สามารถทำอะไรได้ และกำหนดอัต-ลักษณ์ของตนเอง ให้อาจารย์ทุกคนควรร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยว่าจะออกนอกระบบ หรือไม่ แล้วจึงเลือกคนที่จะมาเป็นอธิการบดีให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่วางไว้.

Leave a comment »

อาชีวะเครียดนักเรียนหด

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันพุธ ที่ 08 ธันวาคม 2553
เปิดบ้านตีปี๊บหวังเพิ่มยอด

ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยถึงนโยบายการรับนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่าขณะนี้ สอศ.กำลังเป็นกังวลหลังจากได้รับทราบข้อมูลหลายเรื่อง เช่น ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ระบุว่า เด็กที่จบชั้น ม.3 แล้วจะเรียนต่อระดับม.ปลาย หรือกรณีโรงเรียนไม่ออกระเบียนแสดงผลการเรียน (ร.บ.) ให้เด็กที่จบ ม.3 ทำให้ไปสมัครที่อื่นไม่ได้ ขณะที่สถานศึกษาของ สอศ. เองก็มีเด็กมาเรียนน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นปัญหาที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) และน.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศธ. ได้มอบหมายให้ สอศ.เร่งไปนิเทศทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง นักเรียน และทุกฝ่ายให้เห็นความสำคัญของการเรียนสายอาชีวศึกษาว่าดีอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าคนที่มาเรียนสายอาชีพสติปัญญาไม่ดี หรือคนเรียนสายสามัญฉลาดกว่า ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้หน่วยศึกษานิเทศก์ให้ร่วมกับสถานศึกษาไปดำเนินการตั้งแต่เดือน ม.ค.นี้ โดยจะจัดเป็นโครงการเปิดบ้านเปิดใจใน 4 ด้านคือ สายวิทยาลัยเทคนิค สายวิทยาลัยอาชีวศึกษา สายวิทยาลัยสารพัดช่าง และสายวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยี

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.ตนจะเสนอให้จัดการรับสมัครและสอบคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาสังกัด สอศ.พร้อมกับสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ เพราะหากเปิดรับไม่พร้อมกันเด็กจะมาเรียนสายอาชีพก็ต่อเมื่อเข้าสายสามัญไม่ได้ ซึ่งจะปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้แล้ว นอกจากนี้ จะเสนอให้โรงเรียนต้องออกใบ ร.บ.ให้เด็กจบ ม.3 ด้วย ส่วนการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายสามัญกับสายอาชีพ จากปัจจุบัน 67:33 นั้น ยอมรับว่า คงไม่สามารถเพิ่มได้ใน 1-2 ปีนี้ แต่ต้องค่อยเพิ่มไปทุกปี โดยคาดว่าภายในปี 2562 จะมีสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพตามเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง 60% ได้

นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ เลขาธิการสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า การที่นายชินวรณ์มีนโยบายชัดเจนห้ามไม่ให้โรงเรียนดังของรัฐขยายชั้นเรียนเกินกว่าแผนที่กำหนดนั้น เชื่อว่าจะทำให้มีนักเรียนหันมาเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนเพิ่มขึ้น ถือเป็นนโยบายที่ดีที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนนักเรียนให้แก่โรงเรียนเอกชน และยังสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนได้ไม่น้อย.

Leave a comment »

ระดมเงินแม่พิมพ์ตั้งกองทุนครูฯ

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันพุธ ที่ 08 ธันวาคม 2553
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดหาทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาเมื่อ เร็ว ๆ นี้ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ ศธ.ดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาขึ้น ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้กองทุนดังกล่าวเป็นหน่วยงานกลาง ที่มีฐานะเป็นองค์การมหาชน โดยเงินจากกองทุนพัฒนาครูฯ จะนำมาใช้ในการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด เพื่อให้ครูมีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับ การเป็นวิชาชีพชั้นสูง รวมทั้งให้มีความพร้อม ความเข้มแข็งในการเตรียมบุคลากรใหม่ และผู้ที่ประจำการแล้วอย่างต่อเนื่องต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ใช้ชื่อ “กองทุนครูของแผ่นดิน” แทนกองทุน “พัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2554 ศธ. ด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการอำนวยการจัดหาทุนฯ ไปดำเนินการจัดหาทุนประเดิม โดยการเชิญชวนครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศร่วมกันบริจาคเงิน เพื่อจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน โดยจะเริ่มดำเนินการในเดือนมกราคม 2554 ซึ่งเป็นเดือนที่ ศธ.จะประกาศเรื่องคุณภาพครู เพราะถือเป็นคุณภาพเรื่องที่ 6 ตามยุทธศาสตร์เชิงนโยบายของ ศธ.

Leave a comment »