Archive for ตุลาคม, 2010

เลิกคิดประกาศใช้อังกฤษภาษาที่สอง

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม 2553

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า วันที่ 22 ต.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานประกาศจุดเน้นคุณภาพผู้เรียนจุดเปลี่ยนปฏิรูปการศึกษาไทย โดยจะประกาศจุดเน้น 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การปรับปรุงหลักสูตร วิธีการสอน และ การประเมินผล ตลอดถึงโครงสร้างตารางเรียน 2. การสอนภาษาอังกฤษเพื่อนำไปสู่ความเป็นสากล และ 3. ความเป็นพลเมือง โดย ศธ. จะนำจุดเน้นดังกล่าวมาจัดทำเป็นประกาศ เพื่อให้สถานศึกษานำไปปฏิบัติ จากนั้นจะมีการติดตามผล ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ การกำหนดมาตรฐานการศึกษาไปสู่สากล มาตรฐานโรงเรียนดีประจำตำบล การใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาเข้าไปช่วยในการพัฒนาคุณภาพการเรียน การสอน และ การเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ เป็นต้น ทั้งนี้ตนได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมการเรื่องบุคลากรและงบประมาณสนับสนุนในการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา และคุณภาพผู้เรียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

“จะยกระดับการสอนภาษาอังกฤษให้เข้มข้นขึ้น แต่จะไม่มีการประกาศใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เพราะการเป็นภาษาที่สอง ในความหมายทางราชการหมายถึง การใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และมักใช้ในประเทศอาณานิคม แต่ประเทศไทยไม่ใช่ ดังนั้นเราจะมุ่งเน้นการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษานำมาที่ใช้ เพื่อนำไปสู่ความเป็นสากล และนำประเทศสู่ประชาคมอาเซียน โดยการสอนมีระดับแตกต่างกัน เช่น โรงเรียนที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล จะจัดการเรียน การสอน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ (English Program) และ โรงเรียนดีประจำตำบล สอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในบางส่วน (Mini English Program) เป็นต้น” รมว.ศธ. กล่าวและว่า ในส่วนของครูผู้สอนนั้น จะใช้ครูจากประเทศเจ้าของภาษามาสอน โดยเน้นคัดเลือกครูที่เกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ เออร์ลี่รีไทร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา และจะเชิญชวนอาสาสมัครที่เป็นคนวัยหนุ่มสาวจากอเมริกา และยุโรป ที่เรียนจบปริญญาตรีและต้องการหาประสบการณ์มาสอนในประเทศไทย โดย ศธ.จะจัดงบประมาณค่าตอบแทนให้.

Advertisements

Leave a comment »

วิจัยการสกัดน้ำมันจากสาหร่ายขนาดเล็ก

วันพุธ ที่ 06 ตุลาคม 2553
นักวิชาการ มอ.วิจัยการสกัดน้ำมันจากสาหร่ายขนาดเล็ก โดยไม่ผ่านการอบแห้ง หวังเป็นวัตถุดิบทำเชื้อเพลิงในอนาคต

ผศ.ผกามาศ เจษฎ์พัฒนานนท์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันการผลิตพลังงานจากพืชในประเทศไทย มักจะพบปัญหาการขัดแย้งด้านวัตถุดิบ เนื่องจากพืชที่ใช้สกัดเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ปาล์มน้ำมัน เป็นชนิดเดียวกับพืชน้ำมันที่ใช้บริโภค อีกทั้ง ต้องใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกมาก และใช้ระยะเวลานานในการเจริญเติบโต และได้พบว่า สาหร่ายขนาดเล็ก หรือ Microalgae บางสายพันธุ์ มีปริมาณน้ำมัน และปริมาณสารอินทรีย์ไฮโดรคาร์บอนเหมาะสมที่จะผลิตเป็น พลังงาน และใช้เวลาในการเจริญเติบโตเพียง 1 สัปดาห์ ก็สามารถนำไปสกัดน้ำมันได้ จึงได้ร่วมกับคณะผู้วิจัยจัดทำ “โครงการการผลิตพลังงานทดแทนจากสาหร่ายขนาดเล็ก” โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เพื่อให้สามารถใช้สาหร่ายขนาดเล็กดังกล่าว เป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับการผลิตพลังงานทดแทนได้ในอนาคต

น้ำมันในสาหร่ายมี องค์ประกอบหลายส่วน บางชนิดมีองค์ประกอบที่สกัดแล้วได้น้ำมันที่มีคุณค่าทางอาหาร แต่ในงานวิจัยนี้ จะเน้นการนำมาผลิตไบโอดีเซล และไบโอแก๊สโซลีน ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิง การที่จะได้สาหร่ายชนิดที่จะนำมาสกัดเป็นพลังงานในครั้งนี้ ได้มีการร่วมมือกับนักวิชาการที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงสาหร่าย ที่มีปริมาณน้ำมันสูง จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร ที่ได้มีการศึกษาการเลี้ยงสาหร่าย โดยมีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่พบในแหล่งน้ำในท้องถิ่น และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงสาหร่ายสายพันธุ์ Chlorella ซึ่งมีรายงานว่าเป็นสายพันธุ์ศักยภาพ

“เมื่อได้สาหร่ายสายพันธุ์ที่ต้องการแล้ว เราต้องมาหาวิธีการเก็บเกี่ยว และสกัดน้ำมันที่เหมาะสม เนื่องจากวิธีการสกัดสาหร่ายแบบดั้งเดิมจะต้องเป็นสาหร่ายที่ทำให้แห้งแล้ว แต่สาหร่ายตัวอย่างที่นำขึ้นมาจากบ่อ จะมีเนื้อสาหร่ายจริงอยู่ไม่ถึงร้อยละ 5 นอกนั้นเป็นน้ำ ในการสกัดน้ำมันแต่เดิมนั้น มีหลายวิธี เช่น การใช้การบีบอัด ซึ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากสาหร่ายมีขนาดเล็กมาก และการใช้ เฮกเซน (hexane) มาเป็นตัวทำละลาย แต่สารชนิดนี้ เป็นตัวทำละลายที่ไม่ละลายในน้ำ ดังนั้น หากมีน้ำผสมอยู่จะทำให้การสกัดทำได้ไม่ดี สาหร่ายจึงต้องไปผ่านกระบวนการอบแห้งมาก่อน ซึ่งต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย โครงการวิจัยนี้ จึงมุ่งเน้นที่จะศึกษา และพัฒนาเรื่องการเก็บเกี่ยว และวิธีการสกัดน้ำมันโดยใช้ตัวทำละลายตัวอื่นที่ไม่จำเป็นต้องอบสาหร่ายให้แห้งเสียก่อน เพียงแต่ทำให้สาหร่ายตกตะกอน แล้วนำไปสกัดได้เลย ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมใหม่” ผศ.ผกามาศ กล่าว

จากการศึกษาพบว่า สาหร่ายขนาดเล็ก เป็นพืชที่ให้น้ำมันมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำมันที่สกัดได้กับพืชน้ำมันชนิดอื่น เช่น ปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ เป็นต้น โดย ใน 1 กรัม ของมวลสาหร่ายแห้งจะมีน้ำมันอยู่ประมาณ ร้อยละ 30 แต่การที่จะเลี้ยง เพื่อนำมาสกัดน้ำมันให้เพียงพอนั้น ต้องใช้พื้นที่มาก ซึ่งหากมีการพัฒนารูปแบบวิธีการเลี้ยงสาหร่ายที่เหมาะสม จะสามารถประหยัดพื้นที่ได้มากขึ้น เช่น ออกแบบให้เลี้ยงในท่อ เป็นต้น

แม้โครงการนี้ จะกำลังอยู่ในการตอนการศึกษาวิจัย ซึ่งจะใช้การเลี้ยงสาหร่ายด้วยสารอาหารในน้ำธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากมีการศึกษาต่อไปมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ ในแหล่งน้ำที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม หรืออาจทำอาชีพให้กับเกษตรกรได้ สาหร่ายขนาดเล็กเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผลิตพลังงานในอนาคต เนื่องจากไม่ไปแย่งน้ำมันจากพืชที่ใช้บริโภค ซึ่งเคยเกิดปัญหาในช่วงเวลาที่ผ่านมา และเป็นการร่วมมือกันระหว่างนักวิจัยหลายท่านจากหลายหน่วยงาน.

Leave a comment »