Archive for กันยายน, 2010

ไชยยศชงโครงการหนังสือดี1เล่ม

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 27 กันยายน 2553
สั่งครูศรช.ถือติดมือสอนชาวบ้าน

นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างการเป็นประธานเปิด กศน.ตำบลนาทม : แหล่งเรียนรู้ชุมชน อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า การจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในชุมชนจะช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงการเรียนรู้ง่ายขึ้น ซึ่งตนได้หารือกับนายประยงค์ โคกแดง ผอ. สำนักงาน กศน.จังหวัดอุดรธานี แล้วเห็นว่า น่าจะมีการจัดโครงการหนังสือดี 1 เล่ม ขึ้น โดยให้ครูศูนย์การเรียนชุมชน (ศรช.) ที่รับผิดชอบโครงการฯ นำหนังสือ และวีซีดี ที่เกี่ยวกับความรู้ต่าง ๆ อาทิ จะปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง และยางพาราอย่างไร เพื่อให้ได้รับผลผลิตที่สูงขึ้น ไปเดินเคาะประตูบ้านประชาชนทุกหลังคาเรือน เพื่อนำหนังสือและวีซีดีความรู้ต่าง ๆ พัฒนาการเรียนรู้ให้แก่ชาวบ้าน ดีกว่าจะปล่อยหนังสือ และอุปกรณ์การเรียนเหล่านั้น ถูกทิ้งไว้ในศูนย์ กศน.ตำบล

“ก่อนหน้านี้ผมได้นำเสนอโครงการดังกล่าวต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งก็เห็นว่าเป็นโครงการที่ดี โดยผมจะนำโครงการนี้ไปเสนอต่อที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาดำเนินโครงการทั้งประเทศต่อไป อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าจะต้องมีการติดตามการดำเนินงานของ กศน.ตำบล ว่ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ ไม่ใช่ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิดไปแล้วก็ไม่มีใครเข้ามาใช้งานอีก ซึ่งจะทำให้เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์” นายไชยยศ กล่าว

รมช.ศธ.กล่าวด้วยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อให้ กศน.เข้ามาช่วยพัฒนาปรับวุฒิการศึกษาให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จำนวน 1 ล้านคน ให้จบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยทยอยปรับวุฒิการศึกษาให้ตามความพร้อมของ กศน. และงบประมาณที่ สธ.จะให้การสนับสนุน ซึ่งในปีแรกอาจจะจัด การศึกษาให้ อสม.ได้ประมาณ 50,000-100,000 คน.

Advertisements

Leave a comment »

ชินวรณ์วางศิลาฤกษ์โรงเรียนโยธินบูรณะแห่งใหม่

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน 2553
“ชินวรณ์” วางศิลาฤกษ์โรงเรียนโยธินบูรณะแห่งใหม่ เปิดทางให้รัฐสภาแห่งใหม่

วันนี้ (23 ก.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวภายหลังการเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะแห่งใหม่ ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีมติให้ใช้ที่ดินบริเวณแยกเกียกกายจากถนนสามเสนจรดแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นสถานที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ และได้ให้ย้ายสถานที่ราชการ สถานศึกษา บ้านพัก ออกจากพื้นที่ โดยในส่วนของโรงเรียนโยธินบูรณะนั้น รัฐบาลได้มอบที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ กท. 4591 โฉนดเลขที่ 3239 ใช้ในราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม บริเวณ ถนนประชาราษฎร์สาย 1 ข้างวัดสร้อยทอง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ เนื้อที่ 16 ไร่ เพื่อเป็นที่ตั้งโรงเรียนแห่งใหม่

โดยได้รับงบประมาณการก่อสร้างจากสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 1,000 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 300 วัน โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. พ.ศ.2554 และจะสามารถเปิดใช้สถานศึกษาแห่งใหม่ เพื่อการเรียนการสอนได้อย่างสมบูรณ์ในภาคเรียนที่ 2/2554

“ตามสัญญาจ้างจะต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จทันในภาคเรียนที่ 2/2554 ซึ่งจะครบรอบสัญญาในเดือน ก.ย.2554 นี้ อย่างไรก็ตาม ศธ.ต้องการจะให้โรงเรียนแห่งใหม่นี้เป็นต้นแบบในการพัฒนาในทุกด้าน ทั้งเรื่องของอาคารที่มีความทันสมัยมีเทคโนโลยีทางการเรียนการสอนที่ครบครัน เหมาะสำหรับการเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ผมได้ย้ำกับผู้อำนวยการโรงเรียนให้ติดตามการก่อสร้างให้เสร็จทันเวลา เพื่อจะได้ตรงกับวโรกาสสำคัญในการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา ซึ่งทาง ศธ.จะใช้โอกาสนี้ในการเฉลิมพระเกียรติ อีกทั้งต้องการจะให้มีระบบจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้กระทบต่อนักเรียนและผู้ปกครอง” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว.

Leave a comment »

ผลวิจัยชี้คุรุสภาต้องปรับปรุงวิธีออกตั๋วครู

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน 2553
นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยผลการวิจัยเรื่อง แนวทางพัฒนาการออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของคุรุสภาว่า จากการวิจัยซึ่งใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการใช้แบบสอบถามจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 2,600 คน ในช่วงเดือนตุลาคม 2552 พบว่า เจ้าหน้าที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการทำงานขั้นตอนต่าง ๆ ทำให้การดำเนินงานมีความล่าช้า ขณะเดียวกันสถานที่ให้บริการในคุรุสภาค่อนข้างคับแคบไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เข้ารับบริการ จึงควรกระจายการให้บริการไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในแต่ละจังหวัด และควรเปิดให้บริการวันเสาร์-อาทิตย์ ทั้งในส่วนกลางและเขตพื้นที่ เพราะวันราชการครูต้องสอน และควรเพิ่มช่องทางอื่น เช่น บริการผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า ผลวิจัยยังพบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนขอรับใบอนุญาตฯ แต่ในกรณีที่ไม่มีวุฒิปริญญาทางการศึกษาควรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะ ต้องดำเนินการอย่างไร เพราะปัจจุบันผู้ที่ไม่มีวุฒิทางการศึกษาเมื่อไปเรียนเพิ่มเติม แต่บางครั้งเป็นหลักสูตรที่คุรุสภาไม่รับรอง จึงควรมีการ เผยแพร่รายชื่อสถานศึกษาหรือหลักสูตรที่คุรุสภารับรองต่อสาธารณะอย่างแพร่หลาย

“จากการวิจัยยังเห็นว่าควรให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ผลิตครูได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกใบอนุญาตฯ เมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้วสามารถยื่นขอใบอนุญาตฯได้ทันที โดยหน่วยงานผลิตครูเป็นผู้ออกให้ นอกจากนี้ในการต่ออายุ ควรมีผู้พิจารณาในระดับภาคและระดับจังหวัด อีกทั้งควรมีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่เป็นเชิงประจักษ์มากกว่าการดูจากเอกสาร เป็นต้น” นายองค์กร กล่าว.

Leave a comment »

หนุนหลักธรรมในหลวงเป็นวาระแห่งชาติ

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน 2553

จากการสัมมนาเครือข่ายทางวัฒนธรรมเพื่อน้อมนำหลักธรรมการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปสู่การปฏิบัติที่จังหวัดหนองคาย เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า การที่ภาคประชาชนนำหลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท 10 ประการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน จะทำให้เกิดความรักความสามัคคี และความสุขในชุมชน รวมทั้งช่วยลดปัญหาความขัดแย้งความรุนแรง เพื่อสร้างประเทศไทยให้รุ่งเรือง แต่ปัจจุบัน มีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง ซึ่งไม่ควรทำ เพราะสถาบันอยู่เหนือสิ่งใด ดังนั้นวธ.จะนำเรื่องการยกย่องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และการให้ความรู้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง มาเป็นหัวใจหลักในการส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้ และเกิดความรักเทิดทูนมากยิ่งขึ้น

นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า วธ.ยังมีนโยบายที่จะสร้างความสุขให้แก่ประชาชนทุกภูมิภาค เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศประสบปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ส่งผลให้ความสุขของคนไทยลดลง โดยจะนำการแสดงทางวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ ไปสร้างความสุขให้แก่ประชาชนทุกภูมิภาค โดยจะขอความร่วมมือศิลปินก่อนการแสดงให้พูดเรื่องความสามัคคี ความสมานฉันท์ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความรักความสามัคคีต่อกัน

นายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้ให้มหาวิทยาลัย เชียงใหม่รวบรวมข้อมูลการปฏิบัติตามหลัก ธรรมตามรอยพระยุคลบาท 10 ประการ ในพื้นที่ต่าง ๆ มาจัดทำเป็นยุทธศาสตร์และกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำไปสู่การปฏิบัติ หากดำเนินการเสร็จแล้วจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศการให้หลักธรรมตามรอยพระยุคลบาทไปสู่การปฏิบัติของประชาชนเป็นวาระแห่งชาติต่อไป.

Leave a comment »

ศูนย์ครูใต้อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เปิดแล้ว

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน 2553
ศูนย์ครูใต้อันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเปิดแล้ว

“ถ้าขืนปล่อยให้ข้าราชการครูต้องเผชิญกับชะตากรรมอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่มีหนทางแก้ไขแล้ว ในอนาคตคงไม่มีครูที่มีความรู้ ความสามารถ จะยอมเสียสละอาสาลงไปสอนหนังสือให้เด็กนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกต่อไป”
พระราชเสาวนีย์ วันที่ 11 สิงหาคม 2551

ภายในระยะเวลา 3 – 4 ปีมานี้ โจรใต้ได้ก่อเหตุสะเทือนขวัญประชาชนทั้งประเทศ อย่างไม่หยุดหย่อน หนึ่งในความอำมหิตนั่นคือการล่าสังหารครูใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ จนบัดนี้ประเทศไทยได้สูญเสียบุคลากรผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ลูกหลานชาวไทยไปแล้วถึง 75 คน (สถิติต้นเดือน ม.ค. 2551) ครูที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในท้องถิ่นเหล่านี้ล้วนแต่เสียขวัญ ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะไม่อาจทราบได้ว่าวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้าจะถูกโจรใต้บุกเข้ามาฆ่าหรือไม่

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยและเห็นใจครูใต้ผู้บริสุทธิ์เหล่านี้อย่างลึกซึ้ง ครูไม่มีอาวุธที่จะป้องกันตัวให้พ้นจากภัยร้าย จึงกลายเป็นเป้าหมายให้โจรเลือกสังหารได้ตามชอบใจ ทรงตระหนักดีว่าครูใต้ต้องเผชิญความเครียดอยู่ตลอดเวลา และยังบั่นทอนสมาธิในการสอนหนังสือ ต้องหวาดผวาระหว่างเวลาเดินทาง แม้ในยามดึกดื่นค่ำคืนก็มิอาจข่มตาลงให้หลับสนิทได้ ทำให้สุขภาพทั้งกายและใจของครูในจังหวัดชายแดนใต้ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างศูนย์ครูขึ้นในท้องถิ่นใกล้เคียงได้เข้ามาพักอาศัย โดยมีการอารักขาอย่างดีเยี่ยมทรงใช้เงินที่ประชาชนทูลเกล้าฯ ถวายเนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษารวมกับเงินที่รัฐบาลสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อการจัดสร้างศูนย์ครูใต้ขึ้นเป็นแห่งแรกที่จังหวัดปัตตานี

ภายในศูนย์ครูใต้ จะมีบ้านพักครูซึ่งมีอุปกรณ์ของใช้ภายในบ้านอย่างครบครัน มีร้านค้า ร้านเสริมสวย โรงยิมสำหรับให้ครูได้ออกกำลังกาย เพื่อการพักผ่อนและผ่อนคลายความตึงเครียด รวมทั้งห้องสมุดที่มีหนังสือนานาชนิด อินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูลไว้ให้ครูเพื่อเพิ่มพูนการศึกษาการหาความรู้เพื่อให้ครูสามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและปลอดภัย โดยไม่ต้องเดินทางออกมาภายนอก ยกเว้นเวลาไปสอนหนังสือเท่านั้น ซึ่งก็จะมีทหารคอยให้การอารักขาตลอดการเดินทางและในระหว่างการปฏิบัติงานจริง

พล.อ. ธีระพงษ์ ศรีวัฒนกุล ผู้รับผิดโครงการพระราชดำริศูนย์ครูใต้ ได้เปิดใจว่า ตั้งแต่เริ่มการจัดตั้งศูนย์ครูใต้จนมาถึงปัจจุบันนับได้ว่ามีจำนวนครูที่ได้รับการดูแลอาศัยอยู่ในพื้นที่ศูนย์ครูใต้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และปัจจุบันหลังจากรปภ. ได้เพิ่มขึ้น สามารถลดจำนวนครูที่ต้องเสียชีวิตจากการลอบสังหารครูที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ และยังเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจของครูเหล่าให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ทำให้พวกเขามีกำลังใจที่เข้มแข็งในการทำงานสอนต่อไป

ด้วยทรงหวังพระราชหฤทัยว่า ศูนย์ครูใต้จะเป็นที่พักพิงอันร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ครูใต้ผู้ที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันแสนทุกข์ทรมานมาเป็นเวลาช้านาน เสมือนหนึ่งเป็นอ้อมแขนของคนไทยทั่วประเทศที่ร่วมกันโอบอุ้มคุ้มครองครูใต้ กางกั้นครูทั้งหลายไว้จากความทุกข์และความกังวล ในช่วงเวลาที่พักอยู่ในศูนย์ครูนี้ เพื่อเติมแรงใจและแรงกายให้ผองครูได้ฝ่าฟันอันตรายเพื่อออกไปทำหน้าที่เพื่อลูกศิษย์และเพื่ออนาคตของประเทศชาติต่อไปโดยไม่ท้อถอย.

Leave a comment »

โครงการศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียง

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 06 กันยายน 2553
กรมส่งเสริมการเกษตร เป็น หนึ่งหน่วยงานที่มีการขับเคลื่อน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรเพิ่มมากขึ้น โดยพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้มีความเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างลึกซึ้ง และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับศักยภาพความพร้อมและเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาฐานข้อมูลความรู้ และส่งเสริมการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปี 2553 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เพื่อร่วมขยายผลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่ภาคเกษตร ภายใต้ “โครงการศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียง” โดยทั้งสองหน่วยงานได้วางแผนที่จะร่วมพัฒนาเจ้าหน้าที่ เกษตรกรและบุคคลทั่วไปให้มีความรู้ความเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแพร่หลาย เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นแนวทางการสร้างอาชีพซึ่งจะทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน

โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จะสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการที่เกี่ยวกับการทำเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนวิทยากรฝึกอบรมพร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ บสก.ที่ประจำแปลงศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงของ บสก. จำนวน 26 จุดทั่วประเทศ นอกจากนั้น ยังจะถ่ายทอดความรู้ให้กับบุคคลทั่วไปและลูกค้า บสก. เป้าหมายไม่น้อยกว่า 200 รายด้วย เพื่อให้มีความรู้ด้านการจัดการฟาร์ม การดูแลไร่นาสวนผสมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นให้ เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

ขณะเดียวกันกรมฯยังจะช่วยปรับปรุงและพัฒนาศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงของ บสก. ให้มีศักยภาพพร้อมรองรับลูกค้า บสก.และบุคคลทั่วไปที่จะเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ หรือทัศนศึกษาดูงานด้านการทำไร่นาสวนผสมตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะศูนย์เรียนรู้ฯ ต้นแบบซึ่งอยู่ที่ถนนรามคำแหง เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ โดยจะมีการสร้างศาลาเรียนรู้และศาลาพักผ่อน และภายในศูนย์เรียนรู้ฯ ดังกล่าวยังจะมีการจัดทำ ฐานเรียนรู้ 4 ฐาน ประกอบด้วย ฐานเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ฐานผักสวนครัว ฐานเพาะเห็ด และฐานปุ๋ยชีวภาพ

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ภายหลังเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เมื่อปี 2551 เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้หันมาสนใจและน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ เพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและช่วยบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติและสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งทางรอดของเกษตรกรไทยโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยอาจต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบไร่นาสวนผสมตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ น่าจะเป็นช่องทางที่จะช่วยให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และมีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรมมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขยายกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านศูนย์เรียนรู้ปราชญ์ชาวบ้าน 187 ศูนย์ แก่เกษตรกรทั่วไป และเกษตรกรอาสา รวมกว่า 73,800 รายทั่วประเทศ

….อนาคตคาดว่า การสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนขยายผลเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกับ บสก. จะช่วยเพิ่มช่องทางการถ่ายทอดความรู้ ด้านเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ผู้ที่สนใจทำ การเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและทฤษฎีใหม่ ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่เกษตรกร และประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญในการดำรงชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนสร้างค่านิยมในเรื่องการพึ่งตนเองและการเกื้อกูลกันซึ่งจะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุก.

Leave a comment »

วช.หนุน มจพ.มอบทุนเสริมแกร่งภาษาอังกฤษ

จากเดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 06 กันยายน 2553
ดร.ผะอบ พวงน้อย หัวหน้าโครงการวิจัย ศูนย์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเทคนิคแบบบูรณาการณ์ สำนักพัฒนาเทคนิคศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดเผยว่า ศูนย์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเทคนิคแบบบูรณาการณ์ ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก วช. เพื่อให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาสำหรับนักศึกษา และประชาชนทั่วไป เพราะปัจจุบันภาษาอังกฤษมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาต่อ และการทำงาน โครงการทุนอบรม “ภาษาอังกฤษเทคนิคเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ” จึงเกิดขึ้น โดยดำเนินการสำเร็จไปแล้วเป็นรุ่นแรกเมื่อต้นปีนี้ สำหรับการมอบทุนอบรมรุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 จำนวนรุ่นละ 120 ทุน รวมจำนวน 240 ทุน จะจัดการอบรมขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 11 -21 ต.ค.53 โดยผู้ประสงค์จะขอรับทุนสามารถติดต่อขอรับทุน และยื่นใบสมัคร พร้อมสอบสัมภาษณ์ได้ที่ห้อง 214 ชั้น 2 ตึก 76 สำนักพัฒนาเทคนิคศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ระหว่างวันที่ 1-10 กันยายน 2553 เวลา 12.30-16.30 น. โดยดูรายละเอียด และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.ited.kmutnb.ac.th / http://www.itedonline.com หรือขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 02-913-2500 ต่อ 2307, 2312-14 ทุกวันในเวลาทำการ

สำหรับรายละเอียดทุนอบรม “ภาษาอังกฤษเทคนิคเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ” ดร.ผะอบ กล่าวว่า ผู้สมัครเข้าขอรับทุนจะได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสาร และการสมัครงานด้วยภาษาอังกฤษ เป็นระยะเวลา 30 ชม. ประกอบด้วย 7 หัวข้อเรื่อง คือ การบริหารการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ การแนะนำตัว และการทักทาย การรับโทรศัพท์ทั่วไป ลักษณะงาน หรือสินค้า การรับคำสั่ง การเขียนจดหมายสมัครงาน และหัวข้อเรื่องสุดท้ายเป็นการฝึกอบรมเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน โดยเชิญอาจารย์ชาวต่างประเทศมาเป็นผู้ฝึกอบรมในหัวข้อนี้ จะทำให้ผู้เข้ารับทุนได้ทำการฝึกอบรมจริง นอกจากนี้ ผู้รับทุนจะได้รับหนังสือคู่มือ และ DVD 3 แผ่น มูลค่ากว่า 1,500 บาท และจะได้รับวุฒิบัตรรับรองของมหาวิทยาลัยฯ เมื่อจบหลักสูตรด้วย โดยมูลค่าของทุนอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษเทคนิคเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ มีมูลค่าทุนละ 5,000 บาท ผู้รับทุนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพียง 1,380 บาท

“สำหรับคุณสมบัติผู้ขอรับทุน ควรเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัย หรือนักศึกษาระดับ ปวส.ชั้นปีที่ 1 ขึ้นไป ทุกสถาบัน และผู้สนใจทั่วไปที่สำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. หรือปริญญาตรีขึ้นไป”.

Leave a comment »