Archive for กันยายน, 2009

กิจกรรมง่ายๆที่ช่วยให้ลูก พูด อ่าน เขียน ได้ดี / ดร.แพง ชินพงศ์

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

พัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กนั้นเริ่มต้นตั้งแต่แรกเกิดคือทันทีที่คลอดออกมาสู่โลกภายนอกด้วยการส่งเสียงร้องไห้ จนถึงอายุ 6เดือนซึ่งเป็นวัยที่เขาจะสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยเสียงอ้อแอ้ เอิ๊กอ๊าก เด็กในวัย 9 เดือนถึง 1 ขวบ จะสามารถพูดคำง่ายๆเช่นคำว่า “แม่”ได้ และเด็กในวัย 2 ถึง 3 ขวบจะเรียนรู้เรื่องของภาษาผ่านการได้ยินได้ฟัง คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นพูดคุยกับลูกบ่อยๆหรืออ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง อย่าเข้าใจเอาเองว่าพูดคุยไปลูกก็ฟังไม่รู้เรื่องหรือไม่เข้าใจ เพราะเด็กในวัยนี้จะรู้สึกมีความสุขที่ได้ยินเสียงพูดคุยของคุณพ่อคุณแม่และถือเป็นวัยสำคัญสำหรับการเริ่มต้นในการพัฒนาทางด้านภาษาโดยผ่านทางการฟังและการได้ยิน

ส่วนเด็กในวัย 4 ถึง 5 ขวบเป็นวัยที่ส่วนใหญ่สามารถอ่านและเขียนหนังสือได้บ้างแล้ว ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่สามารถพัฒนาการอ่านและการเขียนให้กับลูกได้โดยการหาหนังสือนิทานดีๆให้อ่านหรือหากระดาษเปล่าพร้อมดินสอ สีเมจิก สีไม้ สีเทียน มาให้ลูกใช้ขีดเขียนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกอยากเขียนหนังสือ

จะเห็นได้ว่าแหล่งเรียนรู้ทางด้านภาษาที่ดีที่สุดซึ่งก่อให้เกิดพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กส่วนใหญ่แล้วมักจะเรียนรู้จากคนที่อยู่ใกล้ตัว เช่นคุณพ่อคุณแม่เป็นสำคัญ เด็กบางคนมีความสามารถในการพูด อ่าน เขียนได้หลายภาษาเพราะคนที่บ้านหรือคนที่อยู่แวดล้อมใช้ภาษาที่แตกต่างกันหลายภาษาในการพูดคุยกับเด็กจนเด็กสามารถเรียนรู้และซึมซับภาษาต่างๆเหล่านั้นแล้วนำไปใช้ได้อย่างดีแม้จะไม่เคยเรียนเป็นจริงเป็นจังในห้องเรียนเลยก็ตาม

ตามทฤษฎีพหุปัญญา (Theory of Multiple Intelligences) ของดร.โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Dr.Howard Gardner) กล่าวถึงลักษณะของเด็กที่มีความสามารถทางด้านภาษาว่า สามารถใช้ภาษาสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างคล่องแคล่วและมีทักษะด้านการพูด การอ่านและการเขียนในระดับที่ดี ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกมีความสามารถโดดเด่นทางด้านภาษาแล้ว ก็สามารถส่งเสริมความสามารถทางด้านภาษาของลูกได้โดยผ่านทางตัวอย่างของรูปแบบกิจกรรมง่ายๆที่คุณพ่อคุณแม่หรือใครๆก็สามารถทำได้ ดังนี้

1. ข้อความสื่อรัก

คุณพ่อคุณแม่หากระดาษไว้เขียนข้อความสื่อสารกับลูก เช่นก่อนลูกเข้านอนคุณพ่อคุณแม่อาจจะเขียนข้อความไว้ให้ลูกอ่านว่า “นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์” เมื่อลูกได้อ่านแล้วนอกจากจะรู้สึกอบอุ่นหัวใจแล้วยังได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่คือคำว่า “ราตรีสวัสดิ์” ด้วย คุณพ่อคุณแม่อาจจะอธิบายคำศัพท์ที่ใกล้เคียงกันเพิ่มเติม เช่นคำว่า “อรุณสวัสดิ์” ได้อีก และยังสามารถโยงไปสู่คำศัพท์ภาษาอังกฤษได้ด้วยทั้ง Good night และ Good morning เช่นนี้แล้วลูกก็จะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกเขียนข้อความสื่อรักให้กับคุณพ่อคุณแม่ด้วย ซึ่งบางครั้งลูกอาจจะเขียนถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร อย่าไปตำหนิลูกแต่ให้อธิบายสิ่งที่ถูกต้องให้กับเขาเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่ถูกหรืออาจจะให้ลูกเป็นคนอธิบายถึงสิ่งที่เขาเขียนให้เราฟังก็ถือเป็นการฝึกให้เกิดการพัฒนาทางด้านภาษาผ่านทางการพูดได้อีกด้วย เช่นลูกเขียนข้อความว่า “อยากกินไอสะกรีมรสกะทิ” คุณพ่อคุณแม่ก็แก้ไขให้ลูกใช้คำศัพท์ให้ถูกต้องว่า “ไอศกรีม” และให้ลูกอธิบายว่ารสกะทิเป็นอย่างไร กะทิทำมาจากอะไรอย่างนี้เป็นต้น

2. คิกคักข้างหู เวลาว่างหรือเวลาใดก็แล้วแต่ที่คุณพ่อคุณแม่ได้อยู่กับลูก ลองพูดข้อความอะไรก็ได้ให้ลูกฟังใกล้ๆหูแล้วให้ลูกพูดข้อความนั้นต่อไปยังคนอื่นโดยให้พูดใกล้หูคนนั้นเช่นกัน เมื่อพูดต่อกันครบทุกคนแล้วให้เฉลยว่าคนแรกพูดว่าอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากที่ได้พูดต่อกันมาหรือไม่ วิธีการนี้ฝึกพัฒนาการได้หลายอย่างทั้งการได้ยิน ความจำและการใช้ภาษาสื่อสาร เช่น คุณพ่ออยู่ในลำดับแรกพูดสุภาษิตคำพังเพยว่า “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ให้ลูกที่อยู่ลำดับที่สองฟัง แล้วลูกต้องพูดประโยคนี้ต่อไปให้คุณแม่ที่อยู่ลำดับที่สามได้ฟัง บางทีลูกอาจพูดผิดเป็น “ไก่เห็นนมงู งูเห็นนมไก่” คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องช่วยแก้ไขให้ถูกต้องและอธิบายความหมายของสุภาษิตคำพังเพยให้ลูกได้เข้าใจด้วย หรืออาจสลับให้ลูกอยู่ในลำดับแรกได้คิดคำหรือประโยคเอง ก็จะเป็นการช่วยให้เขาได้ฝึกความสามารถทางภาษาได้อย่างมาก กิจกรรมนี้เล่นได้สนุกและมีประโยชน์ ถ้าวันไหนได้เล่นกิจกรรมนี้รับรองว่าจะได้ยินลูกๆหัวเราะชอบใจกันเสียงดังทีเดียว

3. ฝึกพูดและเขียนจากภาพ คุณพ่อคุณแม่เตรียมรูปภาพต่างๆไว้ อาจเอามาจากหนังสือหรือเป็นการ์ดรูปภาพตามแต่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นรูปคน รูปสัตว์ รูปต้นไม้ดอกไม้ รูปยานพาหนะ โดยให้นำภาพเหล่านั้นวางคว่ำไว้และให้ลูกเลือกเปิดภาพขึ้นมาทีละหนึ่งภาพ แล้วตอบว่าเป็นภาพอะไร การตอบอาจให้พูดหรือเขียนก็ได้ และอาจให้ตอบทั้งภาษาไทยหรือภาษาอื่น เช่นภาษาอังกฤษก็ได้ แล้วให้เขาพยายามอธิบายถึงลักษณะของสิ่งที่อยู่ในภาพเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร เช่น ลูกเปิดได้ภาพดอกกุหลาบสีแดง ลองให้เขาตอบว่า คำว่า “ดอกกุหลาบ”และคำว่า “สีแดง” ในภาษาอังกฤษสะกดอย่างไร และลองให้เขาอธิบายว่าดอกกุหลาบมีสีอะไรบ้าง มีกลิ่นหอมหรือเหม็น ต้นกุหลาบเป็นอย่างไร มีหนามหรือไม่มี กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความสามารถในการพูด การเขียนและการอธิบายสิ่งต่างๆตามจินตนาการหรือตามประสบการณ์ที่ลูกได้เคยพบเห็น ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาทางด้านภาษาของเด็กได้ดีแล้วยังช่วยพัฒนาสมองในส่วนของความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

นอกจากกิจกรรมง่ายๆข้างต้นนี้แล้ว การส่งเสริมพัฒนาทางภาษาของลูกคุณพ่อคุณแม่ควรสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาในเรื่องภาษาของเด็ก เช่น จัดมุมสบายๆในบ้านให้เป็นมุมอ่านและเขียนหนังสือ โดยมีหนังสือสำหรับเด็ก กระดาษ อุปกรณ์เครื่องเขียน ที่เด็กๆสามารถหยิบนำมาใช้ได้ และที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ควรให้เวลาพูดคุยกับลูก ให้เขาได้พูด ได้เล่า ได้แสดงความคิดเห็นด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้มีอิทธิพลสำคัญที่จะช่วยพัฒนาให้ลูกของเรามีความฉลาดด้านภาษาทั้งการพูด การอ่าน การเขียนและการใช้ภาษาสื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

Leave a comment »

เล่นอะไรกับลูกดีเวลารถติด/ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

ปัญหารถติดเป็นปัญหาหนึ่งที่คนไทย โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คุณพ่อ คุณแม่และลูกอาจรู้สึกเบื่อในขณะที่ต้องนั่งติดอยู่ในรถนานๆ ดังนั้นวันนี้ผู้เขียนจึงมีกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาเล่นกับลูกได้ในขณะที่รถติด ซึ่งกิจกรรมที่นำเสนอนี้นอกจากจะช่วยทำให้ลูกสนุกสนานแล้วยังช่วยพัฒนาสมองของเด็กไปในตัว อีกทั้งยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย

เกมที่ 1 ทายเพลง

วิธีเล่นเกมนี้คือคุณพ่อ คุณแม่ฮัมเพลงใดเพลงหนึ่งที่ลูกคุ้ยเคย แล้วให้ลูกทายว่าเป็นเพลงอะไร แล้วลองเปลี่ยนให้ลูกเป็นฝ่ายร้องเพลงแล้วให้คุณพ่อคุณแม่ลองทายดูบ้างว่าเป็นเพลงอะไร หรือหากหาซีดีเพลงที่มีแต่เสียงดนตรี (Kareoke) แล้วให้ลูกร้องเพลงนั้นออกมาก็ได้ เกมนี้จะช่วยฝึกสมองด้านความจำ และด้านภาษาในเวลาเดียวกัน

เกมที่ 2 อะไรเอ่ย

วิธีเล่นเกมนี้ทำได้ง่ายๆคือ เมื่อเวลาที่คุณพ่อ คุณแม่ขับรถผ่านสิ่งไหนที่น่าสนใจ และต้องการให้ลูกรู้จักสิ่งนั้น ก็พูดถึงลักษณะเด่นของสิ่งนั้นออกมา เช่นอะไรเอ่ยมีสี 3 สีแดง เหลือง เขียว เวลาขับรถผ่านทีไร ต้องมองให้ดี ถ้าสีเขียว รถวิ่งปร๋อๆ หากสีแดง รถต้องหยุดทันที ( คำตอบคือ สัญญาณไฟจราจร ) เป็นต้น เกมนี้ช่วยฝึกการสังเกต ความคิดเชิงวิเคราะห์ และการเรียนรู้เรื่องคำศัพท์ต่างๆได้อย่างดี

เกมที่ 3 ตัวเลขอยู่ที่ไหนกัน

วิธีเล่นเกมนี้คือให้มองหาตัวเลข 1 -10 ที่อยู่รอบๆตัว เช่นแม่เห็นรถยนต์สีแดง 1 คัน คุณพ่อเห็นคนขายพวงมาลัย 2 คน คราวนี้ถึงคราวเจ้าตัวเล็กต้องมองหาอะไรที่เป็น 3 บ้าง ลูกอาจตอบว่าหนูเห็นสะพานลอย 3 สะพานอยู่ข้างหน้าหรือคุณพ่อคุณแม่พูดตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งขึ้นมา เช่น เลข5 แล้วให้ลูกชี้รถยนต์คันที่มีเลข5ปรากฏอยู่ที่ป้ายทะเบียนเป็นต้น เกมนี้จะช่วยให้เด็กฝึกการสังเกต ความคิดเชิงระบบ และการเรียนรู้ทางด้านคณิตศาสตร์

เกมที่ 4 มองดูให้ดี

เกมนี้มีวิธีเล่นง่ายๆ คือ ให้มองหาสีต่างๆที่อยู่รอบตัวในขณะรถติด เช่นมีรถสีแดงกี่คัน มีป้ายโฆษณาสีอะไร มีตัวอักษรอะไรบ้างที่เห็น ป้ายรถยนต์คันหน้ามีตัวเลขอะไร หากจะเปลี่ยนป้ายโฆษณาข้างหน้าให้เป็นคำอื่น จะใช้ว่าอะไรดี เป็นต้น เกมนี้ช่วยฝึกสมองด้านคณิตศาสตร์ ภาษา ความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งฝึกในการสังเกตอีกด้วย

เกมที่ 5 ไปจ่ายตลาด

วิธีเล่นเกมนี้คือสมมติว่าเราไปจ่ายตลาด ไปซื้อของที่ขึ้นต้นด้วยตัว พ ให้ลูกทายว่าเป็นอะไร เช่น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า เป็นต้น เกมนี้ช่วยฝึกสมองด้านภาษา การทบทวนข้อมูลการจากไปสถานที่ๆคุ้นเคย และการสังเกต
หากติดดินสอสี นิทานสนุกๆ กระดาษแข็งๆ โทรศัพท์เก่าๆ ที่ตีไข่ กระดาษแม่เหล็ก และของเล่นที่ฝึกการพัฒนากล้ามเนื้อมือ เช่น แป้งปั้น ดินน้ำมัน ไว้ข้างหลังเบาะรถก็จะช่วยให้ลูกมีกิจกรรมไว้เล่นในรถได้อย่างไม่รู้จักเบื่อ ที่สำคัญอย่าลืมให้ลูกคาดเข็มขัดนิรภัยหรือนั่งในคาร์ซีท(car seat) เพื่อความปลอดภัยของลูกรักด้วยนะคะ

Leave a comment »