Archive for สิงหาคม, 2009

ลูกของเราเรียนรู้แบบไหนเอ่ย/ดร. สุพาพร เทพยสุวรรณ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 สิงหาคม 2552 09:37 น.
การเรียนรู้ของมนุษย์ทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ นั้นส่วนใหญ่เกิดจากการที่ได้มีปฏิสัมพันธ์ กับสิ่งแวดล้อม ลักษณะของการเรียนรู้มี อยู่ 3 รูปแบบคือ การเรียนรู้โดยผ่านทางการใช้สายตา (Visual Learners) แบบที่ 2 คือ แบบเรียนรู้โดยผ่านทางการใช้หูฟัง (Auditory Learners) และแบบที่ 3 คือการเรียนรู้โดยการเคลื่อนไหวหรือโดยการสัมผัสลูบคลำ (Kinesthetic learners) เด็กแต่ละคนจะมีรูปแบบของการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ด้วยวิธีง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่นลองถามเด็ก ๆ ว่าเมื่อคิดถึงคำว่าช้าง เราคิดถึงอะไรก่อน ถ้าเด็กกลุ่มที่ตอบว่าคิดถึงรูปช้าง หรือตัวหนังสือที่เขียนคำว่าช้างก็จะเป็นพวกที่เรียนรู้โดยการใช้สายตา หากเด็กกลุ่มที่ตอบว่านึกถึงเสียงช้าง แปร๊นแปร๊น ก็จะเป็นพวกที่เรียนรู้โดยการใช้หูฟัง หากกลุ่มเด็กที่ตอบว่านึกถึงผิวหยาบ ๆ ของช้าง พร้อมกับทำท่าเลียนแบบช้างก็จะเป็นพวกที่เรียนรู้โดยผ่านทางการเคลื่อนไหวหรือการสัมผัสลูบคลำ คุณพ่อคุณแม่ลองมาดูกันสิว่ารูปแบบการเรียนรู้ของลูกเราจัดอยู่ในประเภทใด

1. การเรียนรู้โดยผ่านทางการใช้สายตา( Visual Learners )

การเรียนรู้ของเด็กในกลุ่มนี้จำเป็นต้องมองเห็นการแสดงท่าทางและการแสดงออกทางสีหน้าของผู้สอนเพื่อที่จะเข้าใจบทเรียนนั้นอย่างเต็มที่ ดังนั้นในชั้นเรียนควรจะจัดให้เด็กกลุ่มนี้นั่งข้างหน้าเพื่อให้สามารถเห็นทุกอย่างชัดเจน เด็กกลุ่มนี้จะชอบดูภาพ อ่านหนังสือ รวมถึงการชอบดูหนัง และจะมีความสุขมากกับการที่คุณพ่อคุณแม่พาออกไปเที่ยวชมวิวทิวทัศน์

2 .การเรียนรู้โดยผ่านทางการใช้หูฟัง( Auditory Learners)

เด็กกลุ่มนี้จะเรียนรู้ได้ดีจากการฟังวิทยุ ฟังคำบรรยายและการอภิปราย โดยเด็กกลุ่มนี้จะชอบบทกลอน ชอบร้องเพลง เด็กที่มีความถนัดในการเรียนรู้แบบนี้ จะมีความสุขมากกับการได้ฟังเพลง ได้ฟังเรื่องราวซ้ำๆหรือการเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟัง หรือได้ไปฟังการแสดงดนตรี เป็นต้น

3. การเรียนรู้โดยการเคลื่อนไหวหรือการสัมผัสลูบคลำ ( Kinesthetic Learners)

เด็กที่เรียนรู้โดยการเคลื่อนไหวและสัมผัสลูบคลำจะชอบการลงมือปฏิบัติ และชอบสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว เด็กในกลุ่มนี้มักจะไม่ชอบอยู่นิ่งจนดูเป็นเด็กซน เพราะมักจะชอบเคลื่อนไหวร่างกาย กระโดดโลดเต้น ชอบออกกำลังกาย ชอบการจับต้องสิ่งของต่างๆที่เป็นรูปธรรม

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบรูปแบบการเรียนรู้ของลูกเราแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ในการช่วยเสริมแรงให้ลูกของเราประสบความสำเร็จในการเรียนมากยิ่งขึ้น เช่นหากคุณพ่อคุณแม่ทราบว่าลูกของเราเรียนรู้ได้ดีโดยผ่านทางการใช้สายตา คุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนโดยการพาลูกไปเลือกหนังสือที่เขาชอบหรือหาภาพยนตร์ดีๆมาให้เขาดู หากลูกของเราเรียนรู้ได้ดีโดยผ่านทางการใช้หูฟัง คุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนความถนัดของเขาโดยการหาซีดีเพลงและนิทานดีๆให้เขาฟัง และหากลูกของเราเรียนรู้ได้ดีโดยผ่านทางการเคลื่อนไหวและการสัมผัสลูบคลำ คุณพ่อคุณแม่ก็พาลูกไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย เพื่อให้เด็กๆได้กระโดดโลดเต้นเคลื่อนไหวร่างกาย

หากคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกของเรามีความถนัดในการเรียนรู้แบบไหนแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของลูกรักของเราอย่างแน่นอน

Advertisements

Leave a comment »

มร.สส.จ้างนักศึกษาช่วยงานสถาบัน

โดย ทีมข่าวการศึกษา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

วันที่ 10 สิงหาคม 2552

อธิการบดี มร.สส. เผย กยศ.จัดสรรเงินกู้ให้นักศึกษาใหม่แล้ว ขณะเดียวกัน ได้ขอให้หน่วยงานของมหาวิทยาลัย จ้างงานนักศึกษา ที่ครอบครัวเดือดร้อน จากการถูกปลดออกจากงาน

รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) เปิดเผยว่า สถาบันได้มีการจัดส่งข้อมูลนักศึกษาใหม่ที่ขอกู้เงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ไปให้ กยศ.พิจารณาตั้งแต่ เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และขณะนี้ กยศ.ได้พิจารณาและจัดสรรเงินกู้มาให้นักศึกษาแล้ว ส่วนกรณีที่สถาบันได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่ครอบครัวเดือดร้อน ผู้ปกครองถูกปลดออกจากงาน สามารถขอผ่อนผันการชำระค่าลงทะเบียนหน่วยกิตการเรียนได้นั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมตัวเลข ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าครอบครัวได้รับความเดือดร้อนจริงหรือไม่  เพื่อไม่ให้นักศึกษาใช้เป็นช่องทางในการแอบอ้าง เพราะเด็กบางคนผู้ปกครองให้เงินมาจ่ายแล้วแต่เอาไปใช้อย่างอื่นก่อน แล้วมายื่นขอผ่อนผัน ซึ่งตรงนี้ก็คงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ตนยังได้ขอให้แต่ละคณะ และหน่วยงานต่างๆในมหาวิทยาลัยได้จ้างเด็กเหล่านี้เข้าไปช่วยเหลืองานของแต่ละคณะ และแต่ละหน่วยงานในช่วงหลังเวลาเรียน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเด็กด้วย ซึ่งในแต่ละปีจะรับนักศึกษาเข้าทำงานหลายร้อยคน.

Leave a comment »