Archive for มีนาคม, 2009

เทคนิคเก่งอังกฤษ

ใครที่มีปัญหาฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษ เชิญทางนี้ ‘Edutainment Zone’ มีเทคนิคเพิ่มทักษะด้านต่าง ๆ มาฝาก เรียนรู้ด้วยตัวเองง่าย ๆ จากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน

ขยันอ่าน ไม่ว่าจะเป็นบทความต่าง ๆ จากหนังสือหรือนิตยสาร อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้คุ้นเคยกับคำศัพท์และรูปประโยค ในช่วงแรกอาจหาแรงจูงใจในการอ่านจากหนังสือที่ชอบหรือสนใจ เช่น หนังสือการ์ตูนชื่อดังหลายเล่ม ที่ปัจจุบันมีเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษแบบง่าย

ใช้ดิกชันนารีเป็นประจำ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการฝึกภาษาอังกฤษ ถ้าจะให้ดีควรใช้ดิกชันนารีภาษาอังกฤษเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความเข้าใจ ความคุ้นเคยกับคำศัพท์ และได้เห็นตัวอย่างการเรียบเรียงประโยค

เรียนภาษาอังกฤษจากเกม เพลง และหนัง อาทิ เกมปริศนาอักษรไขว้ เกมเติมคำศัพท์ต่าง ๆ ที่ปัจจุบันมีรูปแบบหลากหลายน่าสนใจ นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้นึกหาคำศัพท์ ส่วนใครเป็นคอหนัง ควรเน้นดูหนังต่างประเทศเยอะ ๆ หากใครรักเสียงเพลงสามารถใช้ความชอบให้เป็นประโยชน์โดยการฟังเพื่อฝึกทักษะด้านสำเนียงการออกเสียง และปิดท้ายด้วยการหาความหมายของศัพท์ในบทเพลงด้วย

หมั่นทบทวนและหาโอกาสใช้ภาษาอังกฤษ เริ่มจากจดบันทึกศัพท์หรือประโยคใหม่ ๆ ไว้ท่องจำ นอกจากนี้ ควรหาโอกาสสนทนากับคนพูดภาษาอังกฤษ ที่สำคัญอย่าอายที่จะพูด เพราะการเรียนจากตำราอย่างเดียวไม่พอ ต้องขยันหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

‘เทคนิคเก่งอังกฤษ’ นั้น แท้จริงแล้วไม่อยาก แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการเรียนรู้ ดังนั้น ต้องสร้างวินัยให้ตัวเองด้วย.

‘รัตติกาล’
rattikarnt@dailynews.co.th

Comments (1) »

คุณครูผู้เสียสละ

วันที่ 1 มีนาคม 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ความสวยงาม และคุณความดีของสังคมไทยมีอยู่มากมาย ถ้าตั้งใจหาก็เจอได้ไม่ยาก

ส่วนเรื่องร้าย ๆ และคนเลว ๆ ที่มักเป็นข่าวใหญ่ ก่อปัญหาเดือดร้อนให้ชาวบ้านมีไม่เยอะหรอก

วงการศึกษาก็ทำนองเดียวกัน คนไม่ดีที่แฝงอยู่กับครูมีไม่เท่าไหร่ แต่แม่พิมพ์คุณภาพที่พร้อมยอมทุ่มเทเพื่อศิษย์ มีกระจายไปทุกหย่อมหญ้า อาจแตกต่างที่กิจกรรมคุณความดี หากเหมือนกันตรงเป้าหมาย อยากให้ทายาทน้อย ๆ ของประเทศเติบใหญ่เป็นพลเมืองที่สังคมต้องการ

ครูบุปผาชาติ หมุนสา อายุ 60 แล้ว แต่ไม่ยอมเกษียณ เพราะห่วงภาระโรงเรียนและลูกศิษย์วัยอนุบาล ถึงชั้นประถมแปดสิบกว่าคนที่ดูแลและรับเลี้ยง คือคนที่ใครรู้เรื่องก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล

คุณครูใช้เวลาช่วงพักกลางวันทำห่อหมก ไว้ขายตอนเย็น ตามสถานีรถไฟ หรือทำเลที่มีคนไปชุมนุม เพื่อหารายได้มาเลี้ยงนักเรียน

เหตุที่ครูต้องลำบาก ก็เพราะโรงเรียนที่ดูแลเป็นของเอกชน ซึ่งเจ้าของดั้งเดิมมีเมตตาจัดตั้งให้ลูกชาวชุมชนหลังสถานีรถไฟได้ศึกษาหาความรู้ เมื่อหกสิบปีก่อน โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ครั้นเวลาผ่านไป ทายาทของผู้ใจบุญ ก็ยังคงให้อยู่ต่อ จัดเงินโบนัสให้คุณครู วันเด็กก็นำสิ่งของมาให้ แต่ก็มีรายจ่ายอีกมากมายที่โรงเรียนไม่กล้าเอ่ยขอ

โรงเรียนมีรายได้จากเงินอุดหนุนรายหัว ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนจัดสรรให้ประมาณคนละ 500 บาท มีนักเรียนที่เข้าเกณฑ์ได้รับอยู่ 60 คน จากทั้งหมด 83 คน คิดรวมเป็นเงินประมาณ 30,000 บาท ก็ได้มาจัดสรรเป็นค่าตอบแทนให้ครู เฉลี่ยได้กันไม่มาก จึงต้องเอารายได้ห่อหมกเติมให้

รายจ่ายสำคัญของโรงเรียนคืออาหารกลางวันของนักเรียน

การที่ครูบุปผาชาติต้องดิ้นรนหารายได้ เพื่อให้เด็กได้เรียนฟรี มีอาหารอิ่ม เพราะส่วนใหญ่มาจากครอบครัวยากจน บางรายก็มีปัญหาอื่นที่ซับซ้อน เช่น พ่อ แม่ แยกกันไปคนละทาง อยู่กับ ย่า ยาย

แต่ถึงจะยากไร้ จนต้องทำอาหารขาย คุณครูก็มิได้ละเลยการอบรมบ่มนิสัย เด็กทุกคนจะได้รับการย้ำสอนว่า วันนี้ทุกคนเป็นผู้รับ เมื่อโตขึ้นต้องเป็นผู้ให้ ด้วยการเป็นคนดีของสังคม

ทุกเช้าเด็กต้องนั่งสมาธิ วันเสาร์ อาทิตย์ ไปเรียนพุทธธรรมที่วัด จนมีภูมิรู้ระดับถ่ายทอดหลักศาสนาเป็นเครื่องกล่อมเกลาจิตใจให้รุ่นพี่อาชีวะได้

ผลการเรียนเด็กก็สอบผ่านเข้าโรงเรียนมีชื่อของรัฐทั้งหมด

เรื่องของโรงเรียนวิชาวดี และคุณครูบุปผาชาติ ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์และอินเทอร์เน็ต ทำให้ภาพความดีของครูชัดขึ้นในสายตาคนส่วนใหญ่ ทำให้ได้ประจักษ์ต่อน้ำใจของคนไทยทั่วประเทศที่หลั่งไหลไปสู่โรงเรียนไม่เว้นแต่ละวัน ที่มีทั้งเงินสด คอมพิวเตอร์ จนถึงบ้านพักครู

ช่วงที่มีวันหยุดยาว จะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ เลือกโรงเรียนวิชาวดี เป็นจุดแวะซื้อห่อหมก และนำสิ่งของไปมอบให้ ทำเอาเส้นทางผ่านสถานีรถไฟปากน้ำโพไปด้านหลังที่ตั้งของโรงเรียน ซึ่งปกติไม่ค่อยมีรถวิ่ง กลายเป็นเส้นทางที่พลุกพล่านไป

ภาพประกอบเรื่องครั้งนี้ ชมนภัส ศรีธัญญะรัตน์ และกลุ่มเพื่อนนักถ่ายภาพที่นำสิ่งของไปมอบ เอื้อเฟื้อจัดให้

แต่ความช่วยเหลือที่ได้ก็ยังไม่พอ โรงเรียนและเด็ก ๆ ที่นั่นยังรอการสนับสนุนจากทุกฝ่าย อย่างน้อยที่สุดแวะเยี่ยมให้กำลังใจ หรือซื้อห่อหมกฝีมือคุณครูไว้รับประทานเป็นกับข้าวมื้ออร่อยได้

ไปไม่ถูก ถามทางกับคุณครูที่ 08-4619-2001 หรือ 0-5625-5169

ช่วยกันครับ ช่วยคุณครู ช่วยลูกหลานคนไทยด้วยกัน เขาจะมีวันข้างหน้าที่ดีกว่า.

วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Gmail.com

Comments (1) »