นมโรงเรียน : คุณภาพต้องมาก่อน

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ การออกมาเปิดประเด็นของนายสุธรรม นทีทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเชื่อมโยงสาเหตุคุณภาพ น้ำนมที่ไม่ได้มาตรฐานกับประกาศคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดซื้อแจกจ่ายนมให้แก่เด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ ต้องผ่าน 68 บริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เป็นการ “ล็อก สเปก” เอื้อประโยชน์ให้บุคคลบางกลุ่ม แต่จะโยงถึงนักการเมืองในรัฐบาลชุดที่แล้วหรือไม่ เป็นเรื่องยากพิสูจน์ อย่างไรก็ตามนับเป็นโอกาสดีสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนมโรงเรียนจะได้ทบทวน ระดมความคิดเห็น เพื่อขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมทั้งเรื่องคุณภาพน้ำนมที่ต้องได้มาตรฐาน รวมถึงการกำจัดขบวนการทุจริต “ผู้ใหญ่แทะกระดูกเด็ก” ให้หมดสิ้นไป การส่งตัวอย่างนมโรงเรียนที่ถูกร้องเรียนจากนายบรรยงค์ ณ ธรรม ผอ.โรงเรียนบ้านปากเลข อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ไปตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพ คือหนทางพิสูจน์หาคำตอบว่า เหตุใดเด็กนักเรียนไม่ชอบดื่มนมที่ทางโรงเรียนแจก แต่กลับชอบดื่มนมที่ซื้อจากร้านค้ามากกว่า ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจเป็นเพราะนมโรงเรียนไม่มีการเติมน้ำตาล ไม่มีการแต่งกลิ่นหรือรส แต่กระนั้นสิ่งสำคัญคือ คุณภาพน้ำนมได้มาตรฐานตามที่กำหนด ปราศจากสิ่งปนเปื้อน หรือไม่ มิใช่เพียงแค่ “หางนม” หรือน้ำนมผสมน้ำทำให้รสชาติจืดจาง หรือมาจากวัวด้อยคุณภาพ ตามที่หลายฝ่ายคาใจ ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ปถ.) กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า ผู้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์และบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการที่มีสิทธิจำหน่ายนมคือ คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ส่วนการจัดซื้อโดย อปท. จะมีการตั้งคณะกรรมการอาหารเสริมนมโรงเรียนของแต่ละแห่งขึ้นมาพิจารณา ติดตาม ตรวจสอบตามคุณภาพที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนด หากเกิดปัญหาการจัดซื้อนมไม่ได้คุณภาพ ณ โรงเรียนใด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต้องสอบสวนหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ที่ผ่านมาการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส เนื่องเพราะ การกระทำใดมักเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นนั้น ๆ กรณีการจัดซื้อนมโรงเรียนในอดีตก็เคยมีข่าว “ฮั้ว” หรือ “ล็อกสเปก” จนเป็นที่มาของ “นมด้อยคุณภาพ” แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องก็เงียบหาย หากการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าประสงค์เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียนที่ มีคุณภาพ โดยเปิดกว้างให้ผู้ผลิตนมที่ได้มาตรฐาน มีความรับผิดชอบมา ร่วมแข่งขันอย่างเป็นธรรมก็เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่หากเพียงเพื่อผลประโยชน์พวกพ้องของนักการเมืองที่อยู่คนละฝ่ายก็น่าละอายยิ่ง เพราะงบประมาณจัดซื้อสูงถึง 11,000 ล้านบาท.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: