สร้างเครือข่ายครูแก้ปัญหา“ท้อง-แท้ง”

วันที่ 1 ตุลาคม 2551 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สถานการณ์การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และการทำแท้งอยู่ในภาวะเสี่ยง ในโอกาสวันคุมกำเนิดโลก วันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สภาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคประจำประเทศไทย (APCOC) วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ไบเออร์ เซริง ฟาร์มา จัดกิจกรรมรณรงค์วันคุมกำเนิดโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในแนวคิด “คุมคุ้มกัน วันคุมกำเนิดโลก” เพื่อรณรงค์และให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาและการคุมกำเนิดแก่วัยรุ่น ผ่านเครือข่าย “ครู”ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค

นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ฯในฐานะผู้แทนสภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดของ APCOC ผู้หญิงและผู้ชายที่แต่งงาน และมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุมกำเนิดมีโอกาสท้องภายใน 1 ปีแรกร้อยละ 85 และทุกปีพบว่าผู้หญิงกว่า 80 ล้านคนทั่วโลกต้องประสบปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ผู้หญิงกว่า 46 ล้านคนหาทางออกโดยการทำแท้ง ซึ่งประมาณ 80,000 คน จบชีวิตด้วยการทำแท้งโดยไม่ปลอดภัย ส่วนที่เหลือไม่ถึงแก่เสียชีวิตแต่มีปัญหาจากภาวะแทรกซ้อนตามมา อาทิ การอับเสบเรื้อรังของอุ้งเชิงกราน เป็นต้น

“ครูเป็นปูชนียบุคคล พูดอะไรแล้วนักเรียนให้ความเชื่อถือ เป็นผู้สื่อสารความรู้ที่ดี เพราะเด็กได้ความรู้ส่วนหนึ่งที่ไม่ถูกต้องจากอินเทอร์เน็ต ครูจะเป็นคนให้ข้อมูลและความรู้ที่ถูกต้อง ทว่าเวลาสอนเรื่องเพศสัมพันธ์ ครูส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้า ขณะที่เด็กไทยในปัจจุบันกล้าซักถาม ดังนั้นครูน่าจะเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญในการแก้ปัญหาเรื่องเพศศึกษาได้ การเตรียมตัวของครูดีที่สุดคือ การเตรียมความรู้ เด็กสมัยนี้มีความรู้ในเรื่องคุมกำเนิด มากกว่าครู จึงต้องเตรียมความรู้ให้พร้อมเมื่อเด็กซักถาม และถ้ามีความรู้แล้วอย่าคิดว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย”คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ฯ กล่าว

พญ.นันทา อ่วมกุล ผอ.สำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทยว่าแต่ละปีมีเด็กเกิดใหม่จำนวนมาก  ร้อยละ 36 ของวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ และอายุการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกแนวโน้มน้อยลง จากเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาอายุเฉลี่ย 19 ปี ปัจจุบันอายุเฉลี่ย 16 ปี  สาเหตุเริ่มต้นจากค่านิยมในสังคมเรื่องเพศศึกษาเปลี่ยนไป เป็นเรื่องปกติมีเมื่อไรก็ได้ อยู่ก่อนแต่งก็ได้ เก็บรวบรวมการมีเพศสัมพันธ์เป็นสถิติ ใครมีจำนวนมากกว่าถือว่าสุดยอด อีกส่วนหนึ่งมาจากขาดความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดที่ปลอดภัย บางคนมีความรู้แต่ไม่ตระหนักและไม่เตรียมพร้อมก่อนมีเพศสัมพันธ์ ในส่วนนี้ภาครัฐมีวิธีการป้องกันให้บริการเชิงรุกและเชิงรับ มีคลินิกบริการต่างๆ  และร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการจัดหลักสูตรเพศศึกษาในโรงเรียน

“ครูมีความใกล้ชิดเด็กนักเรียนมาก แต่ละวันเด็กใช้ชีวิตในโรงเรียน 6-7 ชั่วโมง ครูจึงมีโอกาสเห็นความเปลี่ยนแปลง ความผิดปกติตลอดเวลา หากครูสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก เช่นเด็กไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ เด็กผู้หญิงแต่งตัวสวยงามเกินไป  เมื่อสังเกตเห็นก่อนช่วยแนะนำ ให้คำปรึกษา และให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ครูต้องมีทัศนะคติที่ดี และเตรียมศึกษาข้อมูลเพศศึกษา เมื่อเด็กเข้ามาปรึกษาต้องเปิดใจ เพราะนั่นหมายถึงเด็กให้ความไว้เนื้อเชื่อใจและไว้วางใจ” พญ.นันทา กล่าว

นายจตุพล ชมพูนิช นักพูดชื่อดังกล่าวว่า ครูต้องมีเทคนิคการสอนให้เด็กสนใจ ต้องมีความรู้มากๆ  โดยการเสาะแสวงหาจากทุกช่องทาง ซึ่งจะทำให้ครูเกิดความมั่นใจ เวลาเด็กถามจะได้ตอบในสิ่งที่เด็กอยากรู้ได้ เมื่อครูมีความรู้ควรขึ้นต้นสอนเด็กด้วยหัวข้อตื่นเต้นสนุกสนาน เป็นการดึงเด็กให้เกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น และควรดำเนินเรื่องให้กลมกลืนจากหน้าไปหลัง และสรุปการสอนให้จับใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: