วันที่ 24 เมษายน 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ที่ประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิต ภัณฑ์นม ได้พิจารณาการดำเนินงานโครงการนมโรงเรียน โดยมีมติเห็นชอบการกำหนดผู้ประกอบการที่จะเข้ามาดำเนินการในโครงการนมโรงเรียน จะต้องมีคุณสมบัติ 7 ข้อ ประกอบด้วย 1. มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากกระทรวงอุตสาหกรรม 2. มีใบอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. 3. มีใบสำคัญการ ขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร 4. ใบรับรองการผ่านเกณฑ์ระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์มจาก อย. 5. มีผลการตรวจสถานที่ผลิตที่ผ่านระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์ม ในระยะ 12 เดือน จาก อย. 6. มีหนังสือรับรองการซื้อขายน้ำนมดิบระหว่าง เกษตรกรกับผู้ประกอบการ และ 7. ยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนมโรงเรียนกำหนด และไม่มีหนี้สินค้างชำระกับเกษตรกร และล่าสุด น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า ทางกรม ส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาบริหารจัดการสหกรณ์โคนมให้มีประสิทธิภาพ” ขึ้น โดยได้เชิญสหกรณ์ต่าง ๆ มาประชุม ทั้งหมดก็ประมาณ 200 กว่าคน ซึ่งการประชุมจะมีแผนอยู่แล้วทุกปี มีการชี้แจงในเรื่องต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้ในการที่จะปรับปรุงบำรุงพันธุ์ การเพิ่มผลผลิตน้ำนมและขณะเดียวกันก็ต้องเน้นเกี่ยวกับเรื่องของสหกรณ์ โดยชุมนุมสหกรณ์เองต้องมีบทบาทที่สำคัญเป็นหัวขบวนในการดำเนินงานในเรื่องของโคนม ความโปร่งใส เรื่องการจัดการต่าง ๆ ต้องทำให้มีความเข้มข้นขึ้นเพื่อทำให้สมาชิกมีความศรัทธาและเข้ามาเป็นสมาชิกมากขึ้น “กรมส่งเสริมสหกรณ์จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมในด้านต่าง ๆ เช่น เมื่อขาดแหล่งเงินทุน ทางกรมมีกองทุนพัฒนาสหกรณ์ไปช่วยสนับสนุนในการแก้ปัญหาระยะสั้นในอัตราดอกเบี้ยต่ำซึ่งศูนย์ของเอกชนไม่มีตรงนี้ หรือแม้แต่การให้ความรู้ การแนะนำในเรื่องต่าง ๆ” น.ส.สุพัตรา กล่าว สำหรับผู้ประกอบการที่ทำสัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เรียบร้อยแล้ว ให้ อบต. จัดส่งรายละเอียดสัญญาเพื่อให้กรม ส่งเสริมสหกรณ์หรือสหกรณ์จังหวัดรวบรวมตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีผู้ประกอบการรายใดบ้างที่รับซื้อนมจากเกษตรกร และนำไปขายให้กับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ราคา เท่าไหร่ พร้อมกันนี้ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลนมโรงเรียนระดับจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และสหกรณ์จังหวัดเป็นเลขาฯ ซึ่งหากมีปัญหาหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ สามารถร้องเรียนผ่านทางคณะกรรมการกำกับดูแลนมโรงเรียนระดับจังหวัดได้ ในส่วนของการดูแลเรื่องคุณภาพน้ำนมนั้น กำหนดไว้ว่าก่อนมีการทำสัญญากับ อบต. ทางโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. ประชาคมหมู่บ้าน อาสา สมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน เป็นต้น เพื่อทำหน้าที่พิจารณาประเภทของนมที่จะซื้อตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการส่งนมให้กับทางโรงเรียนแล้วจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจรับของโรงเรียน เพื่อพิจารณาจำนวนนม วันหมดอายุ สภาพบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพนมเบื้องต้นว่ามี รส กลิ่น สี ผิดปกติหรือไม่ และหากเป็นนมพาสเจอไรซ์จะต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 8 องศาเซลเซียส เป็นต้น ซึ่งจะได้แจ้งแนวทางดังกล่าวไปยัง อบต. เพื่อใช้วางเป็นเงื่อนไขในการดำเนินงานเรื่องนมโรงเรียนต่อไป และเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกระบบการกำหนดเขตพื้นที่ การดำเนินงานโครงการนมโรงเรียนเมื่อก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา.