เมษายน 30, 2009
· Filed under Uncategorized · Tagged นโยบายเรียนฟรี 15 ปี, พิมพ์แบบเรียน, สมาคมส่งเสริมการค้าหนังสือและเครื่องเขียนไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการ, เปิดเทอม
วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ.2552 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
นายวิทยา วิรารัตน์ นายกสมาคมส่งเสริมการค้าหนังสือและเครื่องเขียนไทย เปิดเผยความคืบหน้าการจัดส่งหนังสือเรียนตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพว่า ที่ผ่านมาผู้บริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ยืนยันว่า จะจัดพิมพ์แบบเรียนได้ทันส่งให้โรงเรียนก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1/2552 แต่ล่าสุด องค์การค้าฯยังจัดส่งหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ จำนวน 3 ล้านเล่ม ตามข้อตกลงที่ระบุว่าจะส่งให้ในวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้ไม่ครบ มีการทยอยจัดส่งให้เพียง 20% หรือประมาณ 6 แสนเล่มเท่านั้น จนทำให้ไม่สามารถกระจายหนังสือเรียนไปยังผู้ค้าหรือร้านค้าต่างๆได้ ล่าสุด ผู้ค้าได้ผิดสัญญากับโรงเรียนในสังกัด สพฐ.แล้วประมาณ 1 หมื่นกว่าแห่ง เนื่องจากในสัญญาจะต้องจัดส่งหนังสือให้กับทางโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา การผิดสัญญามากน้อยแตกต่างกันในแต่ละแห่ง เช่น บางแห่งไม่สามารถส่งหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยให้ได้ ซึ่งตามระเบียบสัญญาความล่าช้าดังกล่าวจะต้องถูกปรับ
นายวิทยากล่าวอีกว่า ตนไม่มั่นใจว่าองค์การค้าฯจะจัดส่งหนังสือเรียนได้ทั้งหมดเมื่อไร เพราะตามข้อตกลงจะต้องส่งหนังสือให้อีกในวันที่ 3-4 พ.ค. และวันที่ 8 พ.ค.นี้ ประมาณ 3 ล้านเล่ม จึงได้แต่หวังว่าองค์การค้าฯจะจัดพิมพ์ได้ทัน อยากให้องค์การค้าฯออกมาพูดความจริงว่าจัดพิมพ์ทันหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเสียหายมากกว่านี้ และอยากให้นายจุรินทร์ลงมาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การส่งหนังสือเรียนให้กับโรงเรียนนั้น อาจไม่ทันในหลายโรงเรียนเนื่องจากจะเริ่มเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. ไปจนถึงวันที่ 16 พ.ค.นี้
ด้าน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการ ผอ.องค์การค้า กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การค้าฯได้ทำหนังสือเวียนไปยังร้านค้าแล้วว่า จะทยอยส่งหนังสือเรียนให้ 3 งวด ซึ่งร้านค้าสามารถนำหนังสือเวียนดังกล่าวแจ้งให้ โรงเรียนทราบถึงสาเหตุที่ล่าช้าเป็นเหตุสุดวิสัยของทางสำนักพิมพ์ เพื่อจะได้ไม่ถูกปรับ ทั้งนี้ ยืนยันว่าองค์การค้าฯจะจัดพิมพ์หนังสือเรียนให้ร้านค้าทันก่อนเปิดภาคเรียนแน่นอน.
เมษายน 24, 2009
· Filed under Uncategorized · Tagged การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม, ครอบครัวไทย, จินตนาการ, พลงกล่อมเด็ก, สร้างพัฒนาการ, สายใยรักของน้ำนม, เล่นกับลูก, เล่านิทาน
วันที่ 22 เมษายน 2552 จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก
คมชัดลึก :พม.จับมือภาครัฐ เอกชน จัดมหกรรม “เล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก” กระตุ้นครอบครัวไทยใส่ใจเล่านิทานแก่ลูกน้อย ชี้เป็นวิธีสร้างพัฒนาการ จินตนาการได้ดีที่สุด
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ร่วมกับองค์กรเครือข่ายภาครัฐและเอกชน แถลงข่าว จัดงานมหกรรม เล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก โดยมีนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดพม.กล่าวว่า การจัดมหกรรมในครั้งนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งและทรงรับโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวไว้ในพระราชูปถัมภ์ โดยมีพระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงเป็นประธาน เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวไทยให้มีความรัก ความอบอุ่นจากสายใยรักของน้ำนม
“การเล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก เป็นกิจกรรมที่ส่งผลต่อการกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้อย่างครบถ้วน เพราะการเล่านิทาน เป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางด้านภาษา การเรียนรู้ของเด็กเป็นการเรียนผ่านตัวอักษร พร้อมมองเห็นภาพ ทำให้เกิดการพัฒนาการทั้งภาษาพูด และภาษาอ่าน ส่วนการเล่น เป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม ดังนั้น มหกรรมในครั้งนี้ จึงเป็นการกระตุ้นพัฒนาการเด็กด้วยการเล่านิทาน และสร้างตระหนักให้แก่พ่อแม่ถึงความสำคัญของการกระตุ้นพัฒนาการเด็กด้วยการเล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก”ปลัดพม.กล่าว
ทั้งนี้ มหกรรม”เล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก” ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-1 พ.ค. ที่ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีกิจกรรมมากมายให้เหล่าพ่อแม่ และลูกน้อยได้เข้าร่วม อาทิศิลปะการเล่านิทานจากชุมนุมนักเล่านิทานทั่วประเทศ เพลงกล่อมเด็กตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การอบรมและแบ่งปันประสบการณ์เลี้ยงดูลูกอย่างถูกวิธีโดยคุณแม่มืออาชีพ สารพัดการละเล่นพื้นบ้านที่สร้างความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว และร่วมกระทบไหล่ครอบครัวดารามากมาย สนใจเข้าร่วมงานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
เมษายน 24, 2009
· Filed under Uncategorized · Tagged กรมส่งเสริมสหกรณ์, การเพิ่มผลผลิตน้ำนม, ผลิตภัณฑ์นม, โครงการนมโรงเรียน
วันที่ 24 เมษายน 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ที่ประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิต ภัณฑ์นม ได้พิจารณาการดำเนินงานโครงการนมโรงเรียน โดยมีมติเห็นชอบการกำหนดผู้ประกอบการที่จะเข้ามาดำเนินการในโครงการนมโรงเรียน จะต้องมีคุณสมบัติ 7 ข้อ ประกอบด้วย 1. มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากกระทรวงอุตสาหกรรม 2. มีใบอนุญาตผลิตอาหารจาก อย. 3. มีใบสำคัญการ ขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร 4. ใบรับรองการผ่านเกณฑ์ระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์มจาก อย. 5. มีผลการตรวจสถานที่ผลิตที่ผ่านระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์ม ในระยะ 12 เดือน จาก อย. 6. มีหนังสือรับรองการซื้อขายน้ำนมดิบระหว่าง เกษตรกรกับผู้ประกอบการ และ 7. ยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนมโรงเรียนกำหนด และไม่มีหนี้สินค้างชำระกับเกษตรกร และล่าสุด น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า ทางกรม ส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาบริหารจัดการสหกรณ์โคนมให้มีประสิทธิภาพ” ขึ้น โดยได้เชิญสหกรณ์ต่าง ๆ มาประชุม ทั้งหมดก็ประมาณ 200 กว่าคน ซึ่งการประชุมจะมีแผนอยู่แล้วทุกปี มีการชี้แจงในเรื่องต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้ในการที่จะปรับปรุงบำรุงพันธุ์ การเพิ่มผลผลิตน้ำนมและขณะเดียวกันก็ต้องเน้นเกี่ยวกับเรื่องของสหกรณ์ โดยชุมนุมสหกรณ์เองต้องมีบทบาทที่สำคัญเป็นหัวขบวนในการดำเนินงานในเรื่องของโคนม ความโปร่งใส เรื่องการจัดการต่าง ๆ ต้องทำให้มีความเข้มข้นขึ้นเพื่อทำให้สมาชิกมีความศรัทธาและเข้ามาเป็นสมาชิกมากขึ้น “กรมส่งเสริมสหกรณ์จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมในด้านต่าง ๆ เช่น เมื่อขาดแหล่งเงินทุน ทางกรมมีกองทุนพัฒนาสหกรณ์ไปช่วยสนับสนุนในการแก้ปัญหาระยะสั้นในอัตราดอกเบี้ยต่ำซึ่งศูนย์ของเอกชนไม่มีตรงนี้ หรือแม้แต่การให้ความรู้ การแนะนำในเรื่องต่าง ๆ” น.ส.สุพัตรา กล่าว สำหรับผู้ประกอบการที่ทำสัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เรียบร้อยแล้ว ให้ อบต. จัดส่งรายละเอียดสัญญาเพื่อให้กรม ส่งเสริมสหกรณ์หรือสหกรณ์จังหวัดรวบรวมตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีผู้ประกอบการรายใดบ้างที่รับซื้อนมจากเกษตรกร และนำไปขายให้กับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ราคา เท่าไหร่ พร้อมกันนี้ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลนมโรงเรียนระดับจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และสหกรณ์จังหวัดเป็นเลขาฯ ซึ่งหากมีปัญหาหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ สามารถร้องเรียนผ่านทางคณะกรรมการกำกับดูแลนมโรงเรียนระดับจังหวัดได้ ในส่วนของการดูแลเรื่องคุณภาพน้ำนมนั้น กำหนดไว้ว่าก่อนมีการทำสัญญากับ อบต. ทางโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. ประชาคมหมู่บ้าน อาสา สมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน เป็นต้น เพื่อทำหน้าที่พิจารณาประเภทของนมที่จะซื้อตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการส่งนมให้กับทางโรงเรียนแล้วจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจรับของโรงเรียน เพื่อพิจารณาจำนวนนม วันหมดอายุ สภาพบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพนมเบื้องต้นว่ามี รส กลิ่น สี ผิดปกติหรือไม่ และหากเป็นนมพาสเจอไรซ์จะต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 8 องศาเซลเซียส เป็นต้น ซึ่งจะได้แจ้งแนวทางดังกล่าวไปยัง อบต. เพื่อใช้วางเป็นเงื่อนไขในการดำเนินงานเรื่องนมโรงเรียนต่อไป และเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกระบบการกำหนดเขตพื้นที่ การดำเนินงานโครงการนมโรงเรียนเมื่อก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา.
เมษายน 22, 2009
· Filed under Uncategorized · Tagged คณะกรรมการการอุดุมศึกษา, ธนาคารพาณิชย์, สกอ, เว็บไซด์, แอดมิชชั่น
วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เลขาฯ กกอ.เผย ขณะนี้ มีผู้สมัครทั้งหมด 118,402 คน ชำระเงินแล้ว 87,078 คน ยังไม่ชำระเงินอีกประมาณ 30,000 คน พร้อมแนะโทรถาม สกอ.หลังจ่ายเงินเพื่อป้องกันผิดพลาด…
นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าววันนี้ (22 เม.ย.) ว่า จากกรณีสำนัก งานคณะกรรมการการอุดมศึกษาขยายวันเปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบแอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2552 ทางเว็บไซด์ของ สกอ.ที่ www.cuas.or.th ตั้งแต่วันที่ 11- 22 เม.ย.เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบ นั้น ขณะนี้มีผู้สมัครแอดมิชชั่นทั้งหมด 118,402 คน โดยเป็นผู้สมัครที่ชำระเงินค่าสมัครเรียบร้อยแล้ว 87,078 คน จึงอยากให้ผู้ยื่นสมัครที่ยังไม่ชำระเงินอีกประมาณ 30,000 คน รีบชำระเงินก่อนวันที่ 24 เม.ย.ซึ่งเป็นวันสุดท้าย
เลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อว่า ผู้สมัครสอบแอดมิชชั่นสามารถชำระเงินได้ที่ธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา เพื่อให้การสมัครสมบูรณ์ และป้องกันความผิดพลาด อีกทั้งควรโทรเข้ามาสอบถามและตรวจสอบความถูกต้องที่สกอ.ด้วยที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2576-5555 0-2576-5777 และ 0-2354-5624
เมษายน 3, 2009
· Filed under Uncategorized · Tagged คณะกรรมการการศึกษา, สหวิทยาเขต, เขตพื้นที่การศึกษา, โรงเรียนสตรีวิทยา, โีรงเรียนสวนกุหลาบ
วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2552 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า วันที่ 5-6 เม.ย. จะเปิดให้นักเรียนที่พลาดจากการสอบ และการจับสลาก เข้าเรียนต่อ ม.1 ยื่นความจำนงการจัดหาที่เรียนให้ได้ที่โรงเรียนใกล้บ้าน หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) โดยจะประกาศผลการจัดสรรที่เรียนวันที่ 9 เม.ย. รายงานตัววันที่ 10 เม.ย. และจะเปิดโอกาสให้แจ้งความจำนงในการจัดหาที่เรียนอีกครั้งวันที่ 16 พ.ค. อย่างไรก็ตาม การจัดหาที่เรียนในรอบนี้ จะยึดนโยบายให้นักเรียนได้เรียนใกล้บ้านในโรงเรียนคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่ายของโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ซึ่งยังมีโรงเรียนรองรับได้อีกมาก แต่ผู้ปกครองและนักเรียนจะต้องไม่ยึดติดกับชื่อเสียงของโรงเรียน
รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า จากการสอบถามไปยัง สพท.ทั่วประเทศ ถึงจำนวนนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียน ม.1 พบว่า สพท. กทม.เขต 1 มีนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนประมาณ 600 คน ทางเขตพื้นที่ฯจะเกลี่ยนักเรียนไปยังโรงเรียนในสหวิทยาเขตเดียวกัน และเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้องในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงเป็น 41-50 คนจำนวน 18 โรง ได้แก่ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ร.ร. เบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร.ร.สตรีวิทยา ร.ร.โยธินบูรณะ ร.ร.เทพศิรินทร์ ร.ร.สายปัญญา ร.ร.สตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร.ร.วัดสุทธิวราราม ร.ร.สตรีศรีสุริโยทัย ร.ร.ศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ ร.ร.สันติราษฎร์วิทยาลัย ร.ร.สามเสนวิทยาลัย ร.ร.ราชนันทาจารย์สามเสนวิทยาลัย 2 ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี ร.ร.ปทุมคงคา ร.ร.สายน้ำผึ้ง ร.ร. พระโขนงพิทยาลัย และ ร.ร.ราชวินิตมัธยม สำหรับ สพท.กทม.เขต 2 มีนักเรียนยังไม่มีที่เรียนประมาณ 5,000 คน เขตพื้นที่ฯ จะเกลี่ยนักเรียนไปยังโรงเรียนในสหวิทยาเขตเดียวกัน และเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้องในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงเป็น 50-55 คน จำนวน 30 โรง ได้แก่ ร.ร.ดอนเมืองทหารอากาศบำรุง ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา ร.ร.เทพลีลา ร.ร.ศรีพฤฒา ร.ร.นวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ร.ร.นวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา ร.ร.นวมินทราชินูทิศเบญจมราชาลัย ร.ร.นวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 ร.ร.นวมินทราชูทิศ กทม. ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 ร.ร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 4 ร.ร.บางกะปิ ร.ร.พรตพิทยพยัต ร.ร.มัธยมวัดบึงทองหลาง ร.ร.มัธยมวัดหนองจอก ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ร.ร.ราชดำริ ร.ร.ราชวินิตบางเขน ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย 2 ร.ร.เศรษฐบุตรบำเพ็ญ ร.ร.สตรีวิทยา 2 ร.ร.สตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ร.ร.สารวิทยา ร.ร.สีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) และ ร.ร.หอวัง
ดร.สมเกียรติกล่าวต่อว่า สพท.กทม.เขต 3 มีนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนประมาณ 800 คน เขตพื้นที่ฯ จะเกลี่ยนักเรียนไปยังโรงเรียนในสหวิทยาเขตเดียวกัน และเพิ่มจำนวนนักเรียนต่อห้องในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงเป็น 41-50 คน จำนวน 21 โรงเรียน ได้แก่ ร.ร.ทวีธาภิเศก ร.ร.โพธิสารพิทยากร ร.ร.ศึกษานารี ร.ร.ชิโนรสวิทยาลัย ร.ร.วัดนวลนรดิศ ร.ร.จันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม ร.ร.วัดอินทาราม ร.ร.สตรีวัดระฆัง ร.ร.สุวรรณารามวิทยาคม ร.ร.มัธยมวัดสิงห์ ร.ร.นวมินทราชินูทิศสตรีวิทยา พุทธมณฑล ร.ร.บางปะกอก วิทยาคม ร.ร.บางมดวิทยา “สีสุกหวาด-จวนอุปถัมภ์” ร.ร.วัดพุทธบูชา ร.ร.อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ร.ร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน ร.ร.สตรีวัดอัปสรสวรรค์ ร.ร.ปัญญาวรคุณ ร.ร.มัธยมวัดหนองแขม ร.ร.ฤทธิณรงค์รอน และ ร.ร.มหรรณ- พาราม สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะใช้แนวทางเดียวกัน และเพิ่มนักเรียนต่อห้องเป็น 41-50 คน หรือเพิ่มห้องเรียน 1-2 ห้อง.